เสียงกระดิ่งหน้าร้านกาแฟดังขึ้นพร้อมกับสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาในยามบ่าย รินดาถอนหายใจพลางกวาดสายตาหาที่นั่งว่าง แต่ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเพราะลูกค้าแน่นร้านจนเหลือเพียงเก้าอี้ตัวเดียวที่ว่างอยู่ตรงข้ามกับชายหนุ่มร่างสูงผู้กำลังจดจ่ออยู่กับสมุดสเก็ตช์ภาพ
ขอโทษนะคะ พอดีที่นั่งอื่นเต็ม รินดาเอ่ยถามเสียงเบา ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมคายภายใต้กรอบแว่นสายตาประทับใจเข้ากับรอยยิ้มบางๆ เขาพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตก่อนจะขยับสมุดให้เธอมีพื้นที่วางแก้วลาเต้ร้อน
ทั้งคู่นั่งอยู่ในความเงียบที่ไม่ได้อึดอัด มีเพียงเสียงฝนกระทบกระจกและเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ รินดาลอบมองคนตรงข้ามที่วาดภาพอย่างตั้งใจ ลายเส้นพู่กันบนกระดาษดูอ่อนช้อยและมีชีวิตชีวา จนกระทั่งเขาวางพู่กันลงแล้วเลื่อนสมุดมาทางเธอ ภาพที่ปรากฏคือใบหน้าของเธอเองในมุมที่กำลังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
ผมเห็นคุณมองฝนด้วยสายตาที่ดูเศร้าๆ เลยเผลอวาดลงไปน่ะครับ เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินดาสั่นไหวอย่างประหลาด ผมชื่อธันวาครับ
ฉันรินดาค่ะ เธอตอบกลับพลางยิ้มตอบ ความประหม่าที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แล่นเข้ามาแทนที่ พายุข้างนอกอาจจะรุนแรง แต่ในมุมเล็กๆ ของร้านกาแฟแห่งนี้ จังหวะหัวใจของคนสองคนกลับกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างช้าๆ ท่ามกลางกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่อบอวลไปทั่วทั้งหัวใจ
ใต้ดาวที่เราฝัน
รอยจูบที่ปลายฝน
ดอกไม้ของภูผา
นัดพบในเงาจันทร์
ความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น