นิยายรัก อบอุ่นหัวใจ แฟนตาซี ดราม่า สืบสวนสอบสวน สยองขวัญ วิทยาศาสตร์ ผจญภัย แอ็กชัน ย้อนยุค จีนโบราณ เหนือธรรมชาติ
มรดกเลือดเหนือระเบียงดวงดารา
ผจญภัย 🕐 ปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-25

มรดกเลือดเหนือระเบียงดวงดารา

โดย ปลายหมึก เงาจันทร์
ภาษา: ไทย 12+

0.0
0 การให้คะแนน · 0 ความคิดเห็น
1 views
0 ความเห็น
แชร์:
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้

คะแนนดาวมาจากสมาชิกที่กดให้คะแนนจริง ไม่รวมยอดอ่านหรือการติดตาม

เข้าสู่ระบบเพื่อให้คะแนน
เรื่องราวของนักดาราศาสตร์ผู้ค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ในแสงดาว และการทรยศหักหลังท่ามกลางสถานีอวกาศที่กำลังล่มสลาย การเดินทางเพื่อรักษาความจริงสุดท้ายของมนุษยชาติจึงเริ่มต้นขึ้น

ท่ามกลางความเงียบงันของห้วงอวกาศลึก สถานีสำรวจอาราคิสตั้งตระหง่านราวกับเศษเหล็กที่ถูกลืมทิ้งไว้ในความมืดมิด กลิ่นอายของอากาศที่ผ่านการหมุนเวียนซ้ำซากอบอวลด้วยความชื้นและกลิ่นโลหะจางๆ ที่ติดอยู่ในระบบปรับอากาศ แสงไฟสีฟ้าสลัวจากแผงควบคุมสั่นไหวเป็นจังหวะ ราวกับหัวใจของสถานีที่กำลังเต้นแผ่วลงเรื่อยๆ ท่ามกลางความว่างเปล่านั้น อาร์เธอร์ยืนเหม่อมองผ่านหน้าต่างบานหนาที่เผยให้เห็นเนบิวลาสีม่วงเข้มซึ่งบิดเบี้ยวราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกทิ้งให้ละลายไปตามกาลเวลา

อาร์เธอร์ไม่ใช่ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความฝันแบบนักสำรวจทั่วไป ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยับย่นที่เกิดจากความเครียดสะสมและงานวิจัยที่ไม่มีวันจบสิ้น มือที่หยาบกร้านของเขาสั่นเล็กน้อยขณะถือแท็บเล็ตข้อมูล เขาสวมเสื้อคลุมสีเทาเก่าคร่ำคร่าที่ดูราวกับจะขาดออกจากกันได้ทุกเมื่อ ดวงตาคู่สีน้ำตาลอ่อนสะท้อนประกายแสงดวงดาวที่อยู่ห่างออกไปนับล้านปีแสง ความโดดเดี่ยวไม่ใช่สิ่งที่เขากลัว แต่มันคือสิ่งเดียวที่เขามีเหลืออยู่หลังจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่พรากทีมวิจัยทั้งหมดไปจากเขาเมื่อหลายปีก่อน

เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากทางเดินโลหะเบื้องหลัง ทำให้อาร์เธอร์ต้องเบนสายตาออกจากการมองดวงดาวนั้นและหันกลับมาเผชิญหน้ากับความจริง เอลาร่า กัปตันสาวผู้มีแววตาดุดันและท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจก้าวเข้ามาในห้องควบคุม เธออยู่ในชุดเกราะบางๆ ที่ดูคล่องตัวและกระชับ แสงไฟสะท้อนเข้ากับเส้นผมสีดำสนิทของเธอที่รวบไว้แน่นอย่างเป็นระเบียบ เธอถือกระบอกสูบข้อมูลขนาดเล็กไว้ในมือข้างหนึ่ง ซึ่งเขารู้ดีว่ามันคือสิ่งที่เขาพยายามปกป้องมาตลอดหลายสัปดาห์

บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเอลาร่าก้าวเข้ามา ความตึงเครียดแผ่ขยายราวกับกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านอากาศที่หนาแน่น อาร์เธอร์กระชับเสื้อคลุมของตนเองแน่นขึ้น เขาพยายามอ่านความคิดของหญิงสาวผ่านดวงตาสีเทาคมกริบคู่นั้น แต่มันกลับว่างเปล่าเหมือนกับสุญญากาศที่ล้อมรอบพวกเขาอยู่ เธอหยุดยืนตรงหน้าเขา รักษาระยะห่างที่แสดงถึงความไม่ไว้วางใจอย่างชัดเจน ก่อนจะวางกระบอกสูบข้อมูลลงบนโต๊ะโลหะเสียงดังสนั่น

สถานีอาราคิสไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบาย แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นกรงขังแห่งความลับทางดาราศาสตร์ที่อันตรายเกินกว่าจะแพร่งพราย อาร์เธอร์ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตของเขาในการวิเคราะห์รหัสที่ซ่อนอยู่ในคลื่นวิทยุจากเนบิวลาเบื้องหน้า เขาพบรูปแบบบางอย่างที่บ่งชี้ถึงจุดจบของระบบดาวนี้ ซึ่งเป็นความจริงที่เขาสั่งห้ามไม่ให้ใครรับรู้ จนกระทั่งเขาได้พบกับเอลาร่าที่ถูกส่งมาพร้อมคำสั่งจากเบื้องบนเพื่อยึดครองผลงานของเขาไปทั้งหมด

ความขัดแย้งของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นจากการมองโลกที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว อาร์เธอร์มองว่าความรู้นี้คือภัยพิบัติที่อาจทำให้มนุษยชาติแตกตื่นและสิ้นหวัง ในขณะที่เอลาร่ามองว่ามันคืออาวุธที่จะใช้ต่อรองอำนาจระหว่างดวงดาว เธอพยายามกดดันให้เขาเปิดเผยรหัสถอดความ แต่เขากลับเลือกที่จะเก็บเงียบไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ ความตึงเครียดนี้ไม่ได้เกิดจากความเกลียดชัง แต่เกิดจากความกลัวที่ทั้งคู่มีต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหากความจริงถูกเปิดเผยโดยปราศจากการเตรียมพร้อม

"ทำไมคุณถึงยังดื้อรั้นอยู่อีก อาร์เธอร์ ข้อมูลนั่นไม่ได้เป็นของคุณคนเดียว แต่มันเป็นของคนทั้งกลุ่มที่รอคำตอบอยู่ข้างนอกนั่น" เอลาร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น เธอโน้มตัวเข้าหาเขาจนเขาสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเธอ มือของเธอขยับไปแตะที่ด้ามอาวุธข้างเอวอย่างเผลอไผล บ่งบอกถึงความอดทนที่กำลังหมดลงทุกขณะ

อาร์เธอร์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ พลางส่ายหัวช้าๆ เขาขยับตัวถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับแผงควบคุมที่ส่งเสียงร้องเตือนเรื่องออกซิเจนที่ต่ำลง "คำตอบที่พวกเขาต้องการอาจเป็นเพียงคำโกหกที่หวานหู แต่สิ่งที่ผมถืออยู่ในมือนี้คือพิษร้ายที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นผุยผง ถ้าคุณคิดว่าอำนาจสำคัญกว่าการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ ก็เชิญเอาไปเถอะ แต่จำไว้ว่าเลือดทุกหยดที่จะหลั่งออกมาหลังจากนั้น มันจะติดตัวคุณไปตลอดกาล"

คำพูดของอาร์เธอร์ทำให้เอลาร่าชะงักไปครู่หนึ่ง เธอรู้ดีว่าคำเตือนของเขาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่ความจงรักภักดีต่อหน่วยงานของเธอมีมากกว่าความสงสารที่เธอมีให้กับชายแก่คนนี้ เธอจึงตัดสินใจเอื้อมมือไปคว้ากระบอกสูบข้อมูลนั้นอย่างรวดเร็ว แต่อาร์เธอร์ก็ไวกว่า เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปบนพื้นโลหะเย็นเฉียบ เสียงเตือนภัยในสถานีเริ่มดังระงมขึ้น บ่งบอกว่ามีระบบบางอย่างกำลังได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงกระแทก

ทันใดนั้น ไฟในห้องก็ดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีแดงฉุกเฉินที่กะพริบสลับไปมา อุกกาบาตขนาดเล็กจำนวนมากเริ่มพุ่งเข้าชนเปลือกนอกของสถานีเสียงดังโครมคราม พื้นสถานีสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนทั้งคู่แทบจะทรงตัวไม่อยู่ เอลาร่าพยายามดิ้นให้หลุดจากการจับกุมของอาร์เธอร์ในขณะที่เศษฝ้าเพดานเริ่มร่วงหล่นลงมาปิดกั้นทางออก ท่ามกลางความโกลาหลนั้น อาร์เธอร์เห็นโอกาสที่จะทำลายข้อมูลที่อันตรายที่สุดทิ้งไป เขาจึงตัดสินใจพุ่งตัวไปที่ช่องระบายอากาศที่เปิดออกรับสูญญากาศ

"หยุดนะ! ถ้าคุณทำแบบนั้น เราทั้งคู่จะตายกันหมด!" เอลาร่าตะโกนแข่งกับเสียงระเบิดที่ดังอยู่ภายนอก เธอพยายามคว้าตัวเขาไว้แต่กลับคว้าได้เพียงชายเสื้อคลุมที่ขาดวิ่น อาร์เธอร์หันกลับมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะโยนกระบอกสูบข้อมูลเข้าสู่ช่องว่างที่เปิดกว้างสู่ความมืดมิดของอวกาศ แรงดูดจากสูญญากาศดึงเอาทุกอย่างที่อยู่ใกล้ขอบหน้าต่างออกไป รวมถึงตัวของเขาที่ยอมสละชีวิตเพื่อปิดผนึกความลับนั้นไว้ตลอดกาล

ร่างของอาร์เธอร์หายลับไปในความมืดพร้อมกับมรดกที่เขาปกป้องมาทั้งชีวิต เอลาร่าทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่าอย่างประหลาด เธอไม่ได้ต้องการความตายของเขา แต่เธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นคือความกล้าหาญที่เธอไม่เคยมี เธอหันไปมองหน้าต่างที่แตกละเอียด แสงดาวที่เคยสวยงามดูเหมือนจะเย็นชาและห่างไกลขึ้นกว่าเดิม สถานีอาราคิสเริ่มเอนเอียงและสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ภายใต้แรงดึงดูดของหลุมดำที่กำลังก่อตัวขึ้นเบื้องหน้า

ท่ามกลางวิกฤตที่กำลังคลี่คลาย เอลาร่าเริ่มตระหนักถึงสิ่งที่อาร์เธอร์พยายามสื่อสาร ความรู้อาจมีค่า แต่มันไม่มีค่าอะไรเลยหากไม่มีชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อจะเรียนรู้จากมัน เธอค่อยๆ พยุงตัวขึ้นและเดินไปที่ห้องควบคุมการบินเพื่อเริ่มกระบวนการดีดตัวหนีออกจากสถานีที่กำลังจะแตกสลาย ความรู้สึกผิดเริ่มกัดกินใจเธอ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกโล่งใจที่ความลับนั้นถูกทำลายไปพร้อมกับเขา เธอเรียนรู้ที่จะปล่อยวางจากความทะเยอทะยานที่เคยครอบงำ และเลือกที่จะรอดชีวิตเพื่อกลับไปบอกเล่าเรื่องราวของนักดาราศาสตร์ผู้กล้าหาญคนหนึ่ง

ยานฉุกเฉินดีดตัวออกห่างจากสถานีอาราคิสเพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่มันจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แรงระเบิดสว่างจ้าไปทั่วบริเวณราวกับดวงอาทิตย์ดวงใหม่ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เอลาร่านั่งมองเหตุการณ์นั้นผ่านหน้าต่างยานด้วยความเงียบงัน น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านแก้มของเธอ ไม่ใช่เพราะความเสียใจที่ไม่ได้ข้อมูลกลับไป แต่เพราะความเข้าใจในวิถีแห่งดวงดาวที่อาร์เธอร์เคยสอนไว้ก่อนที่เขาจะจากไป

แสงระเบิดค่อยๆ จางหายไป เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าที่แสนยาวนานในห้วงอวกาศ เอลาร่าปิดระบบบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดและหันไปบังคับยานให้หันหน้ากลับสู่เส้นทางที่มุ่งสู่บ้านเกิด เธอรู้ดีว่าเมื่อไปถึงที่นั่น เธอจะต้องตอบคำถามมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สำหรับตอนนี้ เธอเลือกที่จะปิดตาลงและปล่อยให้เสียงของดวงดาวนำทางเธอไปสู่การเริ่มต้นใหม่ที่ไม่มีใครต้องแบกรับความลับที่หนักอึ้งเกินกว่าจะรับไหวอีกต่อไป

ความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น