นิยายรัก อบอุ่นหัวใจ แฟนตาซี ดราม่า สืบสวนสอบสวน สยองขวัญ วิทยาศาสตร์ ผจญภัย แอ็กชัน ย้อนยุค จีนโบราณ เหนือธรรมชาติ
วิหคเพลิงเถ้าถ่าน ณ ปลายทางแห่งนิรันดร์
ย้อนยุค 🕐 ปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-19

วิหคเพลิงเถ้าถ่าน ณ ปลายทางแห่งนิรันดร์

โดย แอดมิน
ภาษา: ไทย 12+

0.0
0 การให้คะแนน · 0 ความคิดเห็น
9 views
0 ความเห็น
แชร์:
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้

คะแนนดาวมาจากสมาชิกที่กดให้คะแนนจริง ไม่รวมยอดอ่านหรือการติดตาม

เข้าสู่ระบบเพื่อให้คะแนน
เรื่องราวความรักและการสูญเสียของจอมเวทผู้พิทักษ์หอคอยแห่งเวลา กับชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผาอดีตและอนาคตให้กลายเป็นเพียงผุยผง

กลิ่นอายของกำยานจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องสมุดโบราณที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงชันซึ่งถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี แสงเทียนสีส้มสลัววูบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้แกะสลัก เผยให้เห็นฝุ่นผงที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศราวกับดวงดาวที่ไร้จุดหมาย ขณะที่ชายหนุ่มผู้มีนามว่า 'เอเลียส' กำลังบรรจงจัดเรียงม้วนคัมภีร์เก่าแก่ด้วยนิ้วมือที่สั่นเทาเล็กน้อยจากความหนาวเหน็บ

เขาสวมชุดคลุมสีเทาเข้มเนื้อหยาบซึ่งผ่านการใช้งานมานานหลายทศวรรษ เส้นผมสีเงินยวงยาวระต้นคอถูกรวบไว้อย่างลวกๆ ดวงตาของเขาดูเหนื่อยล้าดั่งผู้ที่แบกรับความทรงจำของโลกทั้งใบไว้บนบ่า เอเลียสไม่ได้เป็นเพียงบรรณารักษ์ธรรมดา แต่เขายังเป็นผู้พิทักษ์หอคอยแห่งเวลาที่ต้องคอยเฝ้าระวังไม่ให้หน้าประวัติศาสตร์บิดเบี้ยวไปจากเส้นทางที่ควรจะเป็น

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตูไม้บานใหญ่ก่อนที่มันจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลมหนาวกรูเข้ามาพร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเกราะอ่อนสีทองสะท้อนแสงเทียน เธอคือ 'ลีอาน่า' อัศวินผู้พิทักษ์แห่งอาณาจักรที่ล่มสลายไปนานแล้ว ใบหน้าของเธอมีรอยแผลเป็นจางๆ เหนือคิ้วซ้าย แต่ดวงตาคมกริบนั้นกลับยังคงเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวังที่ไม่ยอมดับสูญ

เอเลียสเงยหน้าขึ้นมองแขกผู้มาเยือนโดยไม่ละมือจากงานของตน เขารู้ดีว่าการปรากฏตัวของลีอาน่าในยามวิกาลเช่นนี้หมายถึงเรื่องไม่สู้ดีนัก ลีอาน่าก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานไม้โอ๊คขนาดใหญ่ เสียงเกราะกระทบกันเป็นจังหวะหนักแน่น ก่อนที่เธอจะวางดาบเล่มเขื่องลงบนโต๊ะด้วยความอ่อนแรงที่ปิดไม่มิด

บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปทันที ความเย็นเยียบจากภายนอกดูเหมือนจะแทรกซึมเข้ามาลึกกว่าเดิม เอเลียสสัมผัสได้ถึงความกังวลที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาว ราวกับว่ากำแพงที่กั้นระหว่างโลกของเขากับความเป็นจริงกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า เขาถอนหายใจยาวก่อนจะหยิบถ้วยชาอุ่นๆ ขึ้นมาส่งให้เธอด้วยความเงียบเชียบ

ลีอาน่ารับถ้วยชาไปถือไว้ ความร้อนจากถ้วยทำให้มือที่สั่นเทาของเธอเริ่มนิ่งขึ้น เธอมองจ้องไปในดวงตาของเอเลียสราวกับจะค้นหาคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบนั้น ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "หอคอยกำลังจะแตกสลายแล้ว เอเลียส ทุกสิ่งที่เราพยายามปกป้องกำลังจะกลายเป็นเถ้าถ่านในไม่กี่ชั่วยามนี้"

เอเลียสยังคงนิ่งเฉย มือของเขาสัมผัสที่สันหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งทำจากหนังมังกรโบราณ เขารู้ดีถึงชะตากรรมที่ตนเลือกเดินตั้งแต่ก้าวเข้ามาเป็นผู้พิทักษ์ "ข้ารู้ ลีอาน่า ข้าเห็นมันในความฝันที่วนเวียนซ้ำซากมานานนับปี แต่นี่ไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าที่จะต้องมาแบกรับความสูญเสียครั้งนี้ด้วยตนเอง"

"หน้าที่ของข้าคือการปกป้องสิ่งที่เหลืออยู่ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม" ลีอาน่ากล่าวเสียงกร้าว เธอวางถ้วยชาลงก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือของเธอกุมด้ามดาบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนออกมา นิสัยที่มุ่งมั่นและดื้อรั้นของเธอคือสิ่งที่ทำให้เอเลียสทั้งชื่นชมและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน

เขาละมือจากชั้นหนังสือแล้วเดินอ้อมโต๊ะมาหาเธอ เอเลียสเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดเกราะนั้น เขารู้ดีว่าลีอาน่าไม่ได้ต้องการเพียงแค่รักษาสัญญา แต่เธอกำลังโหยหาการปลดปล่อยจากความทรงจำที่ขมขื่นของสงครามที่จบลงไปนานแล้ว "ความตายไม่ใช่การปลดปล่อยสำหรับทุกคน ลีอาน่า บางครั้งการมีชีวิตอยู่เพื่อแบกรับความทรงจำนั้นทรมานยิ่งกว่าความตาย"

เธอนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหันหน้าหนีไปยังหน้าต่างที่มองเห็นทิวทัศน์หุบเขาเบื้องล่าง "หากข้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยปราศจากบ้านเมืองและครอบครัว ข้าก็ไม่ต่างอะไรกับวิญญาณที่เร่ร่อนไปในความมืดมิดหรอก" ความรู้สึกสูญเสียและแรงจูงใจในการปกป้องที่ฝังลึกในใจเธอกลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดตัวเธอไว้กับอดีต

เอเลียสเดินไปยืนเคียงข้างเธอ สายลมพัดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาจนเส้นผมของทั้งสองปลิวไสว เขาเอื้อมมือไปแตะไหล่ของเธอเบาๆ ราวกับจะให้กำลังใจ "ข้าอาจจะเปลี่ยนอดีตไม่ได้ แต่ข้าสามารถสร้างอนาคตใหม่ให้เจ้าได้หากเจ้าตกลงที่จะละทิ้งดาบเล่มนี้" ลีอาน่าหันมามองเขา ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มมีความไหวระริกของน้ำตาที่คลออยู่

เหตุการณ์แรกเริ่มขึ้นเมื่อแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินสั่นคลอนหอคอยจนหนังสือหลายเล่มตกลงมาจากชั้น ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วห้องจนมองแทบไม่เห็นทาง เอเลียสรีบร่ายเวทมนตร์สร้างเกราะป้องกันสีฟ้าจางๆ รอบตัวพวกเขา เพื่อไม่ให้หินที่กำลังร่วงหล่นลงมาจากเพดานทำอันตรายต่อทั้งคู่ "รีบไปที่ห้องเก็บกุญแจเวลาเร็วเข้า" เขาตะโกนแข่งกับเสียงหินถล่ม

ลีอาน่าคว้าดาบของเธอไว้แน่นแล้ววิ่งฝ่ากองหนังสือที่กองระเกะระกะไปตามทางเดินแคบๆ ที่สั่นคลอนไปมา เอเลียสวิ่งตามเธอไปติดๆ ขณะที่ผนังหอคอยเริ่มมีรอยร้าวขนาดใหญ่และเปลวเพลิงสีดำที่ไม่มีที่มาเริ่มพวยพุ่งออกมาจากรอยแยกเหล่านั้นราวกับสัตว์ร้ายที่กระหายเลือด

เหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นเมื่อทั้งสองมาถึงหน้าประตูเหล็กกล้าที่ปิดตาย เอเลียสต้องใช้พลังเวททั้งหมดที่มีในการสะเดาะกลอนโบราณ ขณะที่ลีอาน่าต้องยืนปักหลักสู้กับเงาดำที่พุ่งออกมาจากความมืดมิดในโถงทางเดิน เงาเหล่านั้นไม่มีตัวตนที่ชัดเจน แต่พวกมันมีกรงเล็บที่คมกริบพอจะตัดผ่านเกราะเหล็กของลีอาน่าได้อย่างง่ายดาย

"เร็วเข้าเอเลียส พวกมันมีเยอะเกินไป!" ลีอาน่าตะโกนขณะที่ฟาดฟันดาบเข้าใส่เงาดำตัวหนึ่งจนมันสลายไป แต่ก็มีตัวใหม่เข้ามาแทนที่ทันที เลือดสีแดงสดเริ่มไหลซึมออกมาจากบาดแผลที่ต้นแขนของเธอ แต่เธอยังคงยืนหยัดไม่ถอยแม้แต่น้าวเดียว เอเลียสกัดฟันแน่น มือของเขาสั่นไหวขณะร่ายเวทมนตร์ซับซ้อนที่ต้องใช้สมาธิมหาศาล

เหตุการณ์ที่สามคือตอนที่ประตูเปิดออกเผยให้เห็นห้วงมิติแห่งเวลาที่กำลังบิดเบี้ยวอยู่เบื้องหน้า ทุกอย่างภายในห้องนั้นหยุดนิ่งราวกับภาพวาดที่ถูกแช่แข็งไว้ แต่กระแสพลังงานมหาศาลกำลังจะระเบิดออก เอเลียสรู้ดีว่าหากเขาส่งลีอาน่าเข้าไปในนั้น เขาจะไม่ได้พบเธออีกตลอดกาล แต่นั่นเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยชีวิตเธอจากเปลวเพลิงแห่งความพินาศที่จะเผาผลาญที่นี่ในอีกไม่กี่วินาที

"เจ้าต้องไป ลีอาน่า เข้าไปในแสงนั่นเสีย!" เอเลียสผลักเธอไปข้างหน้าด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ ลีอาน่าหันกลับมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกใจและไม่ยินยอม "ไม่! ข้าจะไม่ทิ้งเจ้าไว้ที่นี่เพียงลำพัง" เธอกระโดดกลับมาหาเขา แต่เอเลียสใช้พลังเวทผลักเธออีกครั้งจนร่างของเธอกระเด็นเข้าไปในห้วงมิติที่กำลังหมุนวน

จุดพีคของเรื่องมาถึงเมื่อเอเลียสทรุดตัวลงกับพื้น หอคอยทั้งหอคอยเริ่มถล่มลงมาอย่างรุนแรง เปลวเพลิงสีดำลามเลียไปทั่วทุกพื้นที่ที่เขาเคยปกป้อง เอเลียสไม่ได้หนีไปไหน เขานั่งลงท่ามกลางซากปรักหักพังนั้นแล้วหยิบสมุดบันทึกเล่มสุดท้ายของเขาขึ้นมาเขียนข้อความทิ้งไว้ด้วยเลือดที่ไหลรินจากบาดแผลของตนเอง เพื่อส่งผ่านความทรงจำและคำสัญญาไปยังอีกฟากหนึ่งของเวลา

ขณะที่เพดานหอคอยถล่มลงมาทับถมร่างของเขา เอเลียสหลับตาลงพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ เขาเห็นภาพลีอาน่าในโลกใบใหม่ที่สงบสุข เธอยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีขาวที่ปลิวไสวตามสายลม ปราศจากเกราะหนัก ปราศจากดาบ และปราศจากร่องรอยของบาดแผลในอดีต ภาพนั้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขามองเห็นก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลง

คลี่คลายของเรื่องเกิดขึ้นในอีกมิติหนึ่ง เมื่อลีอาน่าลืมตาขึ้นมาพบว่าเธอนอนอยู่บนพื้นหญ้านุ่มๆ ในสถานที่ที่เธอไม่คุ้นเคย แสงแดดอุ่นๆ สาดส่องลงมาจนเธอมองเห็นประกายระยิบระยับของสายน้ำในลำธารใกล้ๆ เธอไม่ได้สวมชุดเกราะเหล็กอีกต่อไป แต่เป็นชุดผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตาที่พลิ้วไหวตามแรงลม

ความทรงจำเกี่ยวกับการต่อสู้และเปลวเพลิงค่อยๆ เลือนหายไปราวกับฝันร้ายที่ถูกแสงอาทิตย์ขับไล่เหลือเพียงความรู้สึกโหยหาบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ในส่วนลึกของหัวใจ เธอเดินไปตามทางเดินดินที่ทอดยาวไปสู่หมู่บ้านเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขาที่เงียบสงบ ลีอาน่ารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ในชีวิตที่เธอไม่เคยกล้าฝันถึงมาก่อน

ในห้องสมุดที่เคยเป็นซากปรักหักพัง ลมพัดพาเอาหน้ากระดาษที่เขียนด้วยเลือดของเอเลียสปลิวหายไปในอากาศราวกับเถ้าถ่านที่ไร้น้ำหนัก ไม่มีใครในโลกแห่งนั้นจะจดจำเขาได้อีกต่อไป แต่ในหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายนั้นมีประโยคหนึ่งที่ยังคงเด่นชัดอยู่ "หากความรักคือการปล่อยวาง ข้าก็ยอมแลกทั้งโลกนี้เพื่อเห็นเจ้าได้มีชีวิตอยู่ต่อไปในวันพรุ่งนี้ที่ไม่มีข้า"

ท่ามกลางความเงียบงันที่เหลืออยู่เพียงซากอิฐหินที่เย็นเยียบ ท้องฟ้าเบื้องบนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีครามสดใสราวกับจะประกาศว่าการเสียสละของเขานั้นไม่สูญเปล่า ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกหน่วงลึกในใจแก่ผู้ที่พบเห็นร่องรอยแห่งอดีตที่หลงเหลืออยู่ เป็นการจบสิ้นตำนานของหอคอยแห่งเวลาที่ไม่มีใครล่วงรู้ถึงความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้เถ้าถ่านเหล่านั้นอีกต่อไป

ความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น