นิยายรัก อบอุ่นหัวใจ แฟนตาซี ดราม่า สืบสวนสอบสวน สยองขวัญ วิทยาศาสตร์ ผจญภัย แอ็กชัน ย้อนยุค จีนโบราณ เหนือธรรมชาติ
ผู้บันทึกรอยร้าวบนผืนฟ้า
วิทยาศาสตร์ 🕐 ปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-21

ผู้บันทึกรอยร้าวบนผืนฟ้า

โดย ไอ่เด็กน้อย ไอ้เด็กอ้วน
ภาษา: ไทย 12+

0.0
0 การให้คะแนน · 0 ความคิดเห็น
4 views
0 ความเห็น
แชร์:
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้

คะแนนดาวมาจากสมาชิกที่กดให้คะแนนจริง ไม่รวมยอดอ่านหรือการติดตาม

เข้าสู่ระบบเพื่อให้คะแนน
เรื่องราวของชายผู้มีหน้าที่ซ่อมแซมรอยแยกของมิติเวลาด้วยการเย็บปักถักร้อยความทรงจำที่แตกสลาย เขาต้องเลือกระหว่างการรักษาความเป็นไปของโลกหรือการรักษาหัวใจที่พังทลายของตนเอง

แสงสีทองจางๆ ของยามสนธยาอาบไล้ไปทั่วห้องทำงานที่เต็มไปด้วยม้วนกระดาษเก่าและเส้นใยแสงที่สั่นไหวอยู่กลางอากาศ อารินทร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า มือของเขาถือเข็มเงินที่ทำจากเศษเสวตดาราขณะจ้องมองรอยแยกสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นบนผนังห้อง มันเป็นรอยร้าวที่ดูเหมือนแผลเป็นบนผืนผ้าใบของจักรวาล ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ ความทรงจำของเมืองทั้งเมืองอาจไหลทะลักออกไปจนสูญสิ้นตัวตน

กลิ่นอายของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นโลหะเย็นเยียบอบอวลอยู่ในอากาศรอบตัวเขา อารินทร์สูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมสมาธิในขณะที่เส้นใยแสงในมือเริ่มขยับไหวอย่างดุดันเหมือนสัตว์ป่าที่ถูกกักขัง เขาไม่ใช่แค่ชายธรรมดา แต่เขาคือผู้รักษาสมดุลแห่งรอยแยก ผู้มีหน้าที่ถักทอความจริงที่กระจัดกระจายให้กลับมาประสานกันอีกครั้ง

ในห้องนี้ไม่มีหน้าต่าง มีเพียงแสงสว่างจากโคมไฟระย้าที่แกว่งไกวตามแรงสั่นสะเทือนของมิติที่อยู่ภายนอก อารินทร์ขยับตัวด้วยความเชี่ยวชาญ ชุดคลุมสีเทาเข้มของเขาช่วยซับเสียงฝีเท้าให้เงียบสนิทราวกับเงา เขาหยิบขวดแก้วใบเล็กที่บรรจุเศษเสี้ยวความทรงจำของผู้คนออกมา มันเป็นวัตถุดิบสำคัญในการซ่อมแซมรอยร้าวที่ดูเหมือนจะลุกลามมากขึ้นทุกขณะ

เขาจำไม่ได้แล้วว่าตนเองเริ่มทำหน้าที่นี้มานานเท่าไหร่ แต่รอยขีดข่วนบนข้อมือที่เขาสลักไว้ทุกครั้งที่ซ่อมรอยแยกสำเร็จนั้นมีจำนวนมากกว่าเมล็ดทรายบนชายหาดเสียอีก อารินทร์เป็นคนนิ่งเงียบ ดวงตาของเขาเป็นสีเทาขุ่นมัวเหมือนท้องฟ้าก่อนฝนตก เขาไม่เคยต้องการให้ใครมองเห็นหรือจดจำเขาได้ เพราะทุกครั้งที่มีคนรู้จักเขา ความทรงจำเหล่านั้นจะกลายเป็นภาระที่เขาต้องนำมาซ่อมแซมในรอยร้าวเสียเอง

เขามักจะจินตนาการถึงชีวิตที่อยู่นอกเขตแดนนี้ ชีวิตที่เขาสามารถเดินไปตามท้องถนนโดยไม่ต้องกังวลว่ามิติจะฉีกขาดเมื่อไหร่ แต่ทว่าความปรารถนานั้นก็เป็นเพียงความฝันที่เขาเก็บไว้ใต้ลิ้นชักชั้นล่างสุดของโต๊ะทำงาน อารินทร์ตระหนักดีว่าตนเองถูกสร้างมาเพื่อจุดจบของความวุ่นวาย ไม่ใช่การเริ่มต้นของความสงบสุขที่แท้จริง

เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน อารินทร์ชะงักมือเล็กน้อยก่อนจะวางเข็มเงินลงบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการใช้งานมาอย่างยาวนาน ประตูไม้เก่าๆ ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวที่มีใบหน้าเศร้าหมอง ดวงตาของเธอดูดังเช่นท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่ไร้ดวงดาว เธอคือเอลิน่า ผู้ที่มักจะนำเศษเสี้ยวของความทรงจำที่หายไปมาคืนให้เขาเสมอ

เอลิน่าก้าวเข้ามาในห้องด้วยความระมัดระวัง เธอรู้ดีว่าทุกย่างก้าวในห้องนี้อาจทำให้สมดุลของมิติพังทลายลงได้หากไม่ระวัง เธอวางกล่องไม้ขนาดเล็กไว้บนโต๊ะข้างตัวอารินทร์แล้วถอยออกมาห่างๆ "ฉันพบสิ่งนี้ในเขตที่มิติเริ่มสั่นไหว มันเป็นชิ้นส่วนที่ดูเหมือนความทรงจำเกี่ยวกับคนสำคัญของใครบางคน" เสียงของเธอนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด

อารินทร์เปิดกล่องไม้ออก แสงสีฟ้าจางๆ พุ่งออกมาจากภายใน มันเป็นความทรงจำเกี่ยวกับงานเลี้ยงเต้นรำที่ถูกลืมไปนานแล้ว เขามองดูมันด้วยสายตาที่ซับซ้อน แรงจูงใจของเขาไม่ใช่การทำหน้าที่ให้เสร็จสิ้นเพียงอย่างเดียว แต่เขาต้องการเข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงยึดติดกับสิ่งที่ไม่มีวันหวนคืนมาได้ "ขอบคุณเอลิน่า เธอควรกลับไปก่อนที่รอยแยกจะกว้างกว่านี้" เขาพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองเธอ

เอลิน่ายืนนิ่งอยู่อีกครู่หนึ่งเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เลือกที่จะเก็บไว้ในใจ เธอรู้ดีว่าอารินทร์ไม่ต้องการความเห็นใจ เขาต้องการเพียงความเงียบสงบและการทำงานที่ไร้ที่ติ เธอหมุนตัวกลับและเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ทำให้หัวใจของอารินทร์เต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ

ความขัดแย้งในใจของอารินทร์เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ทุกครั้งที่เขาซ่อมรอยแยก เขาต้องดึงเอาชิ้นส่วนความทรงจำมาใช้ และนั่นหมายถึงการที่ความทรงจำเหล่านั้นจะถูกลบเลือนไปจากจิตใจของผู้เป็นเจ้าของตลอดกาล เขาเป็นผู้รักษาที่ทำหน้าที่ทำลายความทรงจำ เพื่อรักษาโครงสร้างของโลกเอาไว้ มันเป็นภารกิจที่ย้อนแย้งและเจ็บปวดสำหรับเขาอย่างเหลือเกิน

เมื่อเอลิน่าลับสายตาไป อารินทร์เริ่มลงมือถักทอความทรงจำจากกล่องไม้นั้นเข้ากับรอยแยกที่ผนัง เขาสอดเข็มผ่านเส้นใยแสงที่สั่นไหว เสียงหวีดหวิวของมิติที่กำลังโหยหวนดังขึ้นรอบห้องราวกับเสียงร้องไห้ของผู้ที่สูญเสียความทรงจำไป เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ส่งผ่านมาจากเส้นใยเหล่านั้น มันคือความเจ็บปวดที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ทันใดนั้น รอยแยกก็ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แรงดูดมหาศาลเริ่มฉุดกระชากสิ่งของในห้องให้ลอยเคว้งคว้าง อารินทร์รีบคว้าขอบโต๊ะไว้แน่นในขณะที่พยายามต้านทานแรงดึงดูด เขาเห็นเศษเสี้ยวของภาพเหตุการณ์ต่างๆ ไหลผ่านหน้าไป ทั้งเสียงหัวเราะของเด็กน้อย ภาพการจากลาที่แสนเศร้า และคำสัญญาที่ยังไม่ถูกเติมเต็ม ทั้งหมดนี้กำลังจะหายไปหากเขาไม่จัดการมันให้เร็วที่สุด

เขาตัดสินใจใช้พลังทั้งหมดที่มีดึงเส้นใยแสงจากร่างกายของตนเองออกมาเพื่อเป็นตัวเชื่อมแทนความทรงจำที่ขาดหายไป ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วทุกเส้นประสาท แต่มันเป็นวิธีเดียวที่จะปิดรอยแยกนี้ได้อย่างถาวร อารินทร์กัดฟันแน่น เสียงตะโกนของเขาจมหายไปในความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงาน

ในขณะที่รอยแยกเริ่มปิดตัวลง แสงสว่างจ้าก็ส่องประกายไปทั่วห้องจนมองไม่เห็นสิ่งใด อารินทร์รู้สึกเหมือนร่างกายของเขากำลังถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ เขาพยายามมองหาเอลิน่าในความนึกคิดของตนเอง แต่ภาพของเธอกลับเลือนรางลงเรื่อยๆ ราวกับหมอกที่ถูกแสงอาทิตย์แผดเผา นี่คือราคาที่เขาต้องจ่ายสำหรับการรักษาความจริงของผู้อื่น

ความเงียบกลับคืนมาอีกครั้งเมื่อแสงสว่างดับวูบลง อารินทร์ล้มลงบนพื้นห้องทำงานที่ว่างเปล่า รอยแยกที่ผนังหายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงรอยจางๆ ที่ไม่มีวันรักษาให้หายขาดได้ เขานอนหอบหายใจอย่างหนักหน่วง พยายามทบทวนว่าตนเองคือใครและกำลังทำอะไรอยู่ ความจำของเขากลายเป็นภาพจิ๊กซอว์ที่ต่อไม่ติดกันอีกต่อไป

เขาลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก สายตาเหลือบไปเห็นเข็มเงินที่วางอยู่บนพื้น มันกลายเป็นสีสนิมและไร้ซึ่งประกายแสง อารินทร์เดินไปที่โต๊ะไม้และมองดูรูปถ่ายใบเก่าที่เขารักษาไว้ใต้กองกระดาษ ในรูปนั้นเขายืนอยู่เคียงข้างกับเอลิน่า ทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข แต่ตอนนี้เขากลับจำไม่ได้ว่าทำไมเธอถึงสำคัญกับเขาเพียงนั้น

ความรู้สึกค้างใจที่ทิ้งไว้คือความว่างเปล่าที่หนักอึ้งกว่าเดิม เขาได้ทำลายส่วนหนึ่งของตัวเองไปเพื่อซ่อมแซมโลกที่เขาไม่เคยรู้สึกเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง เอลิน่าเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เธอหยุดยืนอยู่หน้าประตูและมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าเช่นกัน ดูเหมือนว่าการซ่อมแซมครั้งนี้จะลบเลือนความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งสองคนไปจนหมดสิ้น

อารินทร์มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ห่างเหิน เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรหรือทำอย่างไรต่อไป ในห้องที่เคยเต็มไปด้วยเรื่องราว ตอนนี้เหลือเพียงความเงียบที่กดทับหัวใจของทั้งสองคนเอาไว้ เขาหยิบเข็มขึ้นมาอีกครั้ง เตรียมตัวสำหรับรอยแยกครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า แม้จะรู้ว่าวันหนึ่งเขาอาจจะลืมทุกอย่างจนไม่เหลือแม้แต่ชื่อของตนเองก็ตาม

แสงจากโคมไฟระย้าที่แกว่งไกวเริ่มอ่อนแสงลง เอลิน่าเดินเข้ามาใกล้เขาและหยิบกล่องไม้ใบใหม่วางลงบนโต๊ะโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว อารินทร์พยักหน้าตอบรับเล็กน้อยเป็นการขอบคุณที่ไร้ความหมาย ทั้งคู่ต่างเป็นคนแปลกหน้าที่ติดอยู่ในห้วงเวลาเดียวกัน ผู้บันทึกรอยร้าวที่ต้องใช้ชีวิตอยู่บนความทรงจำที่หายไปตลอดกาล

เขามองตามหลังเธอที่เดินออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าบนฝุ่นที่ปกคลุมพื้นห้อง อารินทร์กลับมานั่งที่เก้าอี้ไม้ตัวเดิม สายตาจ้องมองไปที่ผนังว่างเปล่าที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย ความทรงจำที่เขาเสียสละไปได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของผืนผ้าใบจักรวาลที่เขาปกป้อง และในความมืดมิดนั้น เขาก็เริ่มลงมือถักทอเรื่องราวใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง

ความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น