กลิ่นดินชื้นแฉะหลังฝนตกอบอวลไปทั่วบริเวณเมื่อเสียมเหล็กในมือของกวินกระทบเข้ากับวัตถุแข็งบางอย่างใต้แปลงกุหลาบมอญที่เหี่ยวเฉา ชายหนุ่มชะงักมือพลางปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตาออกด้วยหลังมือ สัมผัสสากของสนิมที่ติดอยู่บนวัตถุนั้นเตือนให้เขารู้ว่าสิ่งที่ขุดพบไม่ใช่แค่ก้อนหินทั่วไป แต่มันคือแผ่นโลหะที่มีรอยสลักเป็นรูปตราประจำตระกูลที่ควรจะสูญหายไปนานแล้ว
กวินขยับตัวนั่งคุกเข่าบนพื้นดินเปียกชื้น เสียงใบไม้แห้งกรอบแกรบภายใต้รองเท้าบูทยางของเขาดังแข่งกับเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านคฤหาสน์เก่าแก่เบื้องหน้า เขาคือภัณฑารักษ์พืชพรรณที่ถูกจ้างมาเพื่อฟื้นฟูสวนแห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่การขุดพบแผ่นป้ายนี้กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังรุกล้ำพื้นที่ที่ห้ามแตะต้อง แผ่นดินที่เขาเหยียบอยู่ดูเหมือนจะสั่นไหวเล็กน้อยราวกับกำลังตอบรับการปรากฏตัวของสิ่งที่ถูกฝังไว้นานนับทศวรรษ
เขาตัดสินใจใช้มือเปล่าปัดเศษดินออกจากตัวอักษรที่สลักไว้จนเผยให้เห็นชื่อของหญิงสาวคนหนึ่งที่บันทึกไว้ในพินัยกรรมฉบับลับ กวินหัวใจเต้นรัวพลางมองไปรอบๆ สวนที่ดูเงียบสงัดราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ความเงียบในคฤหาสน์นี้ไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันเต็มไปด้วยร่องรอยของความโศกเศร้าที่ตกค้างอยู่ในอากาศ กวินหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้ แต่หน้าจอกลับขึ้นสัญญาณเตือนว่าไม่มีเครือข่าย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขายังคุยสายกับผู้ว่าจ้างอยู่เลย
เงาสะท้อนจากกระจกหน้าต่างชั้นสองของคฤหาสน์วูบไหวราวกับมีคนเฝ้ามองอยู่ กวินหันขวับไปมองแต่กลับพบเพียงม่านลูกไม้สีเหลืองเก่าคร่ำที่ไหวตามแรงลม เขาพยายามข่มใจให้สงบและบอกตัวเองว่ามันเป็นเพียงภาพหลอนจากความเหนื่อยล้า แต่ความรู้สึกหนาวสั่นที่แล่นผ่านกระดูกสันหลังทำให้เขารู้ว่าสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การฟื้นฟูสวนแห่งนี้อาจเป็นการปลุกบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้รากไม้ให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
กวินตัดสินใจเก็บแผ่นโลหะใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบคว้าอุปกรณ์ทำสวนทั้งหมดโยนใส่รถเข็นไม้คันเก่า เสียงล้อไม้ที่ครูดไปกับพื้นหินกรวดดังลั่นท่ามกลางความเงียบสงัด เขาเดินกึ่งวิ่งกลับไปยังอาคารเก็บเครื่องมือที่อยู่อีกฝั่งของสวน แต่สายตาก็ยังคงเหลือบมองกลับไปยังแปลงกุหลาบที่เขาเพิ่งขุดดินขึ้นมา รากไม้สีดำสนิทเริ่มบิดตัวไปมาเหนือผิวดินราวกับงูที่กำลังโกรธแค้นที่รังของมันถูกรบกวน
ชายหนุ่มเดินกลับเข้าสู่ตัวอาคารไม้หลังเล็กที่ใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราว เขาวางแผ่นโลหะลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่าด้วยอาการสั่นเทา ก่อนจะจุดตะเกียงน้ำมันเพื่อส่องดูรายละเอียดให้ชัดเจนขึ้น แสงไฟสีส้มสลัวกระทบเข้ากับรอยสลักที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนรูปร่างไปตามมุมมอง กวินขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นว่ารอยร้าวบนแผ่นโลหะเริ่มขยายตัวออกเป็นอักษรใหม่ที่อ่านได้ว่า จงอย่ารดน้ำความตายให้เติบโต คำเตือนนั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนมีใครบางคนกระซิบอยู่ข้างหู
เขาหยิบสมุดบันทึกการจัดสวนออกมาพลิกดูหน้าที่จดบันทึกเกี่ยวกับสายพันธุ์พืชที่ต้องปลูกในสวนนี้ รายชื่อต้นไม้ที่ผู้ว่าจ้างระบุไว้มีแต่พืชที่มีพิษและพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในสุสานเท่านั้น กวินเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมค่าจ้างถึงสูงลิ่วและทำไมเขาถึงต้องมาทำงานคนเดียวในที่แห่งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเจ้าของคฤหาสน์ไม่ได้เป็นเพียงนายจ้างกับลูกจ้าง แต่เขากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมบางอย่างที่ต้องใช้พฤกษศาสตร์เป็นเครื่องมือสังเวย
เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นสามครั้งติดกัน กวินหยุดชะงักมือที่กำลังจดบันทึกพลางหันไปมองบานประตูที่ปิดสนิท เขาไม่ได้ล็อกประตูไว้ แต่ข้างนอกนั่นไม่มีใครควรจะอยู่ เขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ประตูพลางคว้าจอบด้ามสั้นติดมือไปด้วย หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความกดอากาศในห้องลดต่ำลงจนเขารู้สึกหายใจลำบาก กลิ่นหอมของดอกไม้สีขาวที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนโชยเข้ามาจากใต้บานประตู
เขาตัดสินใจเปิดประตูออกอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่พบกลับเป็นเพียงความว่างเปล่าของลานสวนที่มืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังจุดที่เขาขุดพบแผ่นโลหะเมื่อครู่ กวินก้าวออกไปนอกประตูด้วยความสงสัย เขาเห็นร่างของหญิงสาวในชุดเดรสลูกไม้สีขาวกำลังยืนอยู่กลางแปลงกุหลาบ หญิงสาวคนนั้นหันหลังให้เขา เส้นผมยาวสลวยสีดำสนิทของเธอแผ่กระจายไปตามพื้นดินราวกับรากไม้ที่กำลังหยั่งลึก
กวินพยายามเปล่งเสียงถามออกไปแต่ลำคอกลับตีบตัน เขาทำได้เพียงเดินเข้าไปใกล้ร่างนั้นอย่างช้าๆ หญิงสาวค่อยๆ หมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าที่ไร้ดวงตาและปากที่มีเพียงรากไม้เล็กๆ งอกเงยออกมา เธอไม่ได้พูดอะไร แต่ใช้มือที่เรียวยาวชี้ไปยังหลุมดินที่เขาทิ้งไว้ กวินก้มลงมองและพบว่าในหลุมนั้นไม่ได้มีแค่ดิน แต่มีกล่องไม้อีกใบที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ข้างในเต็มไปด้วยเส้นผมสีดำและบันทึกที่เขียนด้วยลายมือของเขาเองที่ยังไม่เกิดขึ้น
เขาถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวพลางตะโกนออกมาว่าคุณเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงมีบันทึกของผมอยู่ในนั้น ร่างหญิงสาวไม่ตอบ แต่ค่อยๆ สลายตัวกลายเป็นฝูงผีเสื้อสีขาวที่บินว่อนไปทั่วสวน กวินทรุดเข่าลงกับพื้น มือของเขาเริ่มมีรอยช้ำสีเขียวคล้ำปรากฏขึ้นตามเส้นเลือด รากไม้จากพื้นดินค่อยๆ เลื้อยขึ้นมาพันรอบข้อเท้าของเขาอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ราวกับว่าร่างกายของเขากำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศในสวนแห่งนี้
เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายหยิบจอบขึ้นมาฟันลงไปบนรากไม้ที่รัดข้อเท้า เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังก้องไปทั่วสวนจนกวินต้องปิดหูด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงสดไหลซึมลงสู่ผืนดินและดูเหมือนจะถูกดินดูดซับไปอย่างรวดเร็ว รากไม้เหล่านั้นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม กวินเข้าใจแล้วว่าผืนดินแห่งนี้ไม่ได้ต้องการการฟื้นฟู แต่มันต้องการชีวิตของเขาเพื่อเป็นปุ๋ยให้กับการคืนชีพของหญิงสาวผู้นั้น
เขามองเห็นแสงไฟจากรถยนต์คันหนึ่งที่แล่นเข้ามาจอดที่หน้าประตูคฤหาสน์ กวินพยายามตะโกนเรียกให้ช่วยแต่เสียงของเขากลับกลายเป็นเสียงหวีดหวิวของลมที่พัดผ่านกิ่งไม้ ชายในชุดสูทสีดำเดินลงมาจากรถพร้อมกับถือพวงหรีดดอกไม้สีขาวในมือ เขาเดินเข้ามาในสวนด้วยท่าทางสงบนิ่งราวกับว่านี่เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นทุกรอบปี กวินพยายามคลานหนีแต่ร่างกายของเขากลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยน้ำหนักของศพมากมายที่ถูกฝังอยู่ใต้เท้า
ชายในชุดสูทหยุดยืนอยู่ข้างกวินพลางมองลงมาด้วยสายตาเย็นชา เขาเอ่ยขึ้นว่านายคือคนที่ห้าสิบที่มาที่นี่ แต่เป็นคนแรกที่ปลูกกุหลาบได้งดงามที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา กวินพยายามจะถามว่าทำไมถึงต้องทำแบบนี้ แต่คำพูดที่ออกมากลับกลายเป็นกลีบดอกไม้สีขาวที่ร่วงหล่นจากปากของเขาแทน ชายคนนั้นยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินจากไปทิ้งให้กวินจมลงสู่ความมืดมิดของผืนดินที่เขารักและหลงใหล
กวินหลับตาลงสัมผัสได้ถึงรากไม้ที่เริ่มชอนไชเข้าสู่ผิวหนังของเขาอย่างนุ่มนวล เขาไม่ได้รู้สึกถึงความตาย แต่เขารู้สึกถึงการกลายเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเขาเอง เขาได้ยินเสียงรากไม้ที่หยั่งลึกลงไปในชั้นหินและเสียงของสิ่งมีชีวิตนับล้านที่อาศัยอยู่ใต้ดินกำลังต้อนรับเขาเข้าสู่ครอบครัว ความกลัวที่เคยมีค่อยๆ จางหายไปแทนที่ด้วยความสงบสุขที่เขาไม่เคยได้รับในโลกภายนอก
เขารู้สึกเหมือนวิญญาณของเขาค่อยๆ หลุดลอยไปตามกระแสของน้ำใต้ดิน พุ่งผ่านชั้นหินและรากไม้จนไปถึงใจกลางของสวน ที่นั่นเขามองเห็นภาพความทรงจำของหญิงสาวที่เขาพบในสวน เธอเคยเป็นคนสวนเช่นเดียวกับเขา แต่ถูกสังเวยให้กับดินเพื่อรักษาความงามของดอกไม้ให้คงอยู่ชั่วกัลปาวสาน กวินเข้าใจแล้วว่าพินัยกรรมไม่ใช่กฎหมาย แต่มันคือคำสาปที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นผ่านการว่าจ้างที่ดูเหมือนไม่มีอันตราย
กวินพยายามส่งสัญญาณถึงนักจัดสวนคนต่อไปที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เขาใช้พลังเฮือกสุดท้ายบังคับให้รากไม้ก่อตัวเป็นตัวอักษรบนพื้นดินว่า อย่าขุด นี่คือหลุมศพ ไม่ใช่สวน แต่เมื่อเขาทำสำเร็จเขาก็พบว่าตัวอักษรเหล่านั้นกลับกลายเป็นชื่อของเขาเองที่สลักไว้บนหินหลุมศพที่โผล่พ้นดินขึ้นมาอย่างช้าๆ เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ถูกฝังลึกในคฤหาสน์แห่งนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาในคืนนั้นทำให้สวนกุหลาบดูสวยงามผิดปกติ ดอกกุหลาบทุกดอกบานสะพรั่งด้วยสีแดงเข้มราวกับเลือดสด ชายในชุดสูทกลับมาอีกครั้งเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย เขาพึงพอใจกับผลงานชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกฝังลงไปใต้แปลงดอกไม้ เขาหยิบกรรไกรตัดแต่งกิ่งขึ้นมาเล็มกุหลาบดอกหนึ่งอย่างประณีตก่อนจะนำมันไปวางไว้บนหินหลุมศพที่มีชื่อของกวินสลักไว้อย่างชัดเจน
ลมพัดผ่านสวนอีกครั้งพาเอากลิ่นหอมของดอกไม้และกลิ่นดินชื้นแฉะกระจายไปทั่วบริเวณ กวินที่บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณในรากไม้ได้แต่เฝ้ามองดูชายคนนั้นเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ สวนแห่งนี้จะยังคงงดงามต่อไปตราบเท่าที่มีชีวิตใหม่เข้ามาเติมเต็มในแต่ละฤดูกาล เขารอคอยเหยื่อรายต่อไปที่จะก้าวเข้ามาด้วยเสียมในมือและความหวังที่จะฟื้นฟูสวนแห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เสียงของนักจัดสวนคนใหม่เริ่มดังแว่วมาแต่ไกล เป็นเสียงฝีเท้าที่เหยียบลงบนกรวดหินอย่างตื่นเต้นกวินสัมผัสได้ถึงความร้อนจากฝ่าเท้าของคนที่กำลังจะมาถึง รากไม้ของเขาขยับตัวอย่างกระตือรือร้นใต้ผืนดินที่เขารัก เขาพร้อมแล้วที่จะต้อนรับเพื่อนคนใหม่เข้าสู่ความเงียบสงัดที่ไม่มีวันสิ้นสุดของสวนแห่งนี้ การรอคอยที่แสนยาวนานกำลังจะสิ้นสุดลงเมื่อเสียมเหล็กเล่มใหม่กระทบเข้ากับดินที่ห่อหุ้มร่างกายของเขาไว้อีกครั้ง
เขาเริ่มส่งแรงสั่นสะเทือนผ่านผืนดินเพื่อให้ผู้มาเยือนรู้ว่าความลับของสวนนี้ไม่ได้ซ่อนอยู่ลึกเกินกว่าจะหาเจอเพียงแต่ว่าเมื่อเจอแล้ว เขาจะไม่มีวันได้กลับออกไปเหมือนเดิม กวินหลับตาลงอีกครั้งในความมืดมิดที่แสนอบอุ่นขณะที่รากไม้เริ่มหยั่งลึกลงไปในความคิดของเขามากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งไม่มีอะไรเหลืออยู่นอกจากความหอมหวานของความตายที่บานสะพรั่งอยู่ในทุกอณูของสวนกุหลาบแห่งความเงียบงัน
วิถีเพชฌฆาตเหนือพิกัดเดือด
ดีลนรก ล้างแค้นข้ามสมุทร
วิกฤตการณ์พายุคลั่ง รหัสมรณะกลางน่านฟ้า
รอยเลือดบนทางสายหมอก
ห้วงเวลาสีชาด ปริศนาเข็มทิศไร้ทิศทาง
รหัสลับใต้เถ้าถ่าน ปฏิบัติการไร้เงา
ความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น