นิยายรัก อบอุ่นหัวใจ แฟนตาซี ดราม่า สืบสวนสอบสวน สยองขวัญ วิทยาศาสตร์ ผจญภัย แอ็กชัน ย้อนยุค จีนโบราณ เหนือธรรมชาติ
รอยสลักแห่งความทรงจำบนผิวเปลือกไม้ในสวนพฤกษาต้องห้าม
เหนือธรรมชาติ 🕐 ปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-19

รอยสลักแห่งความทรงจำบนผิวเปลือกไม้ในสวนพฤกษาต้องห้าม

โดย เด็กหลังเขา คนเดิม
ภาษา: ไทย 12+

0.0
0 การให้คะแนน · 0 ความคิดเห็น
1 views
0 ความเห็น
แชร์:
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้

คะแนนดาวมาจากสมาชิกที่กดให้คะแนนจริง ไม่รวมยอดอ่านหรือการติดตาม

เข้าสู่ระบบเพื่อให้คะแนน
เรื่องราวของนักพฤกษเคมีหนุ่มผู้พยายามถอดรหัสสารเคมีในยางไม้โบราณเพื่อรักษาความทรงจำของคนรักที่กำลังเลือนหายไป ท่ามกลางสวนพฤกษาที่แปรเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของผู้ครอบครอง

กลิ่นฉุนของน้ำยาเคมีเจือจางในอากาศปะทะกับกลิ่นหอมหวานเอียนของดอกไม้ที่บานสะพรั่งในยามวิกาล คีรินกวาดสายตาผ่านแว่นขยายขนาดพกพาไปบนเปลือกไม้หนาที่ขรุขระราวกับผิวหนังของยักษ์โบราณ สารเรืองแสงสีครามไหลซึมออกมาจากรอยกรีดที่เขาเพิ่งทำลงไป มันไม่ได้เป็นเพียงยางไม้ธรรมดา แต่มันคือเส้นใยความทรงจำที่ตกค้างอยู่ในระบบนิเวศแห่งสวนต้องห้ามนี้ มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะใช้อุปกรณ์ดูดซับของเหลวหนืดนั้นเข้าสู่หลอดทดลองแก้วใส

เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อเก็บตัวอย่างพืชพรรณทั่วไป แต่เขามาเพื่อตามหาเศษเสี้ยวเหตุการณ์ที่หายไปจากสมองของกนิษฐา หญิงสาวผู้เป็นคนรักที่ลืมเลือนตัวตนของเขาไปเสียสนิทหลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้น คีรินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มความกลัวที่เกาะกุมหัวใจเมื่อเสียงฝีเท้าของสิ่งที่เขาไม่รู้จักเคลื่อนไหวอยู่ใต้พุ่มไม้หนาทึบเบื้องหลัง แสงจันทร์สลัวลอดผ่านกิ่งก้านที่บิดเบี้ยวลงมาอาบใบหน้าของเขาให้ดูซีดเซียวในความมืด

“เธออยู่ที่ไหน กนิษฐา” เขาพึมพำกับตัวเองขณะที่สารสีครามในหลอดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างวาบราวกับเปลวไฟที่เต้นเรำอยู่ภายในแก้ว เสียงกระซิบจากสายลมดูเหมือนจะตอบรับเขาด้วยชื่อที่คุ้นเคย แต่อีกใจหนึ่งเขาก็รู้ดีว่าสวนแห่งนี้ไม่เคยให้อะไรแก่ใครโดยไม่เรียกเก็บค่าตอบแทนที่สาสม คีรินหยิบสมุดบันทึกหนังเก่าแก่ขึ้นมาจดบันทึกค่าความหนืดและอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปของยางไม้ด้วยความเร่งรีบ

ทันใดนั้น ผืนดินใต้เท้าของเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ เหมือนกับสวนแห่งนี้กำลังตื่นจากการหลับใหลที่ยาวนาน รากไม้ขนาดมหึมาเลื้อยขึ้นมาจากใต้ดินราวกับงูยักษ์ที่หิวโหย มันพันรอบข้อเท้าของเขาแน่นจนคีรินต้องล้มลงไปกองกับพื้นหญ้าที่ดูเหมือนเส้นผมมนุษย์หนานุ่ม เขาตะเกียกตะกายพยายามดึงเท้าออก ขณะที่หลอดทดลองในมือเกือบจะหลุดร่วงลงพื้นทรายสีดำ

คีรินมองเห็นใบหน้าของกนิษฐาผุดขึ้นบนเปลือกไม้ที่อยู่ใกล้ที่สุด ดวงตาบนกิ่งไม้คู่นั้นดูโศกเศร้าและเต็มไปด้วยความลับที่ไม่มีวันเปิดเผย เขาตระหนักได้ทันทีว่าการทดลองของเขาไม่ได้เป็นเพียงการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ แต่มันคือการบุกรุกเข้าไปในอาณาเขตของวิญญาณป่าที่เฝ้าพิทักษ์ความทรงจำของมนุษย์ที่พลัดหลงเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ด้วยความบังเอิญ

เขากระชากมีดสั้นออกมาจากกระเป๋าข้างเอวแล้วฟันลงบนรากไม้ที่รัดข้อเท้าอย่างแรง ของเหลวสีแดงเข้มเหมือนเลือดไหลซึมออกมาแทนที่ยางไม้สีทอง คีรินไม่สนใจความเจ็บปวดที่บาดแผลจากกิ่งไม้หนามสร้างไว้บนแขน เขาพยายามลุกขึ้นยืนด้วยความทุกลักทุเลและวิ่งหนีไปตามทางเดินแคบๆ ที่เข็มทิศดาราในมือเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ความต้องการที่จะช่วยคนรักผลักดันให้เขาก้าวไปข้างหน้าแม้จะรู้ว่าทางออกของสวนนี้อาจไม่มีอยู่จริง

ในห้องแล็บใต้ดินที่ซ่อนตัวอยู่ในใจกลางของพฤกษาใหญ่ คีรินวางหลอดทดลองลงบนแท่นเครื่องหมุนเหวี่ยงความเร็วสูง เขาไม่ใช่นักพฤกษเคมีทั่วไป เขานักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาพฤกษศาสตร์ที่ถูกเนรเทศออกจากสถาบันวิจัยหลักเพียงเพราะความเชื่อที่ว่าต้นไม้สามารถกักเก็บความคิดของมนุษย์ได้ ความมุ่งมั่นในดวงตาของเขาฉายชัดเจนแม้ใบหน้าจะเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและรอยแผลเป็นที่เพิ่งได้รับมา

กนิษฐาที่นั่งอยู่บนเตียงไม้ในมุมห้องมองดูเขาด้วยสายตาว่างเปล่าเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ไร้จิตวิญญาณ “คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงต้องพยายามทำแบบนั้นกับต้นไม้พวกนั้นด้วย” เธอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ คีรินหยุดมือที่กำลังปรับค่าความดันของเครื่องมือทันที เขาหันกลับมามองใบหน้าคนที่เขารักที่สุดด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่ยากจะบรรยาย

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน “ผมกำลังพยายามนำความทรงจำของคุณกลับมา กนิษฐา ทุกช่วงเวลาที่เราเคยมีร่วมกัน ทุกคำสัญญาที่เราเคยให้ไว้มันไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกกักขังอยู่ในสวนแห่งนี้มานานเกินไปแล้ว” เขาเดินเข้าไปใกล้เธอช้าๆ พยายามเอื้อมมือไปสัมผัสที่แก้มของเธอ แต่กนิษฐากลับขยับถอยห่างไปที่มุมห้องด้วยท่าทีหวาดระแวง

ความขัดแย้งในใจของคีรินเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อเขารู้ดีว่าหากเขาดึงความทรงจำเหล่านั้นกลับมาได้สำเร็จ กนิษฐาอาจจะต้องเจ็บปวดกับความโศกเศร้าที่เขาลืมไปแล้วอีกครั้ง การตัดสินใจของเขาอาจเป็นการมอบชีวิตใหม่ให้เธอ หรือเป็นการพรากความสงบสุขที่เธอได้รับจากการสูญเสียความทรงจำไปตลอดกาล แต่เขาก็ไม่สามารถทนเห็นเธอเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เดินวนเวียนอยู่ในบ้านหลังนี้ได้

“ถ้าคุณจำได้ คุณอาจจะเกลียดผมก็ได้นะ” คีรินสารภาพออกมาเสียงแผ่วขณะที่เครื่องหมุนเหวี่ยงเริ่มส่งเสียงหวีดหวิว กนิษฐาจ้องมองเขาด้วยความสงสัย “ทำไมฉันต้องเกลียดคุณ ในเมื่อฉันจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตัวเองเลยด้วยซ้ำ” เธอถามพลางเอียงคอเล็กน้อยท่าทางนั้นช่างดูไร้เดียงสาจนเขารู้สึกเหมือนใจจะขาด

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อระบบป้อนสารเคมีเกิดการขัดข้อง แรงสั่นสะเทือนจากภายนอกทำให้เพดานหินของห้องแล็บเริ่มร่วงหล่นลงมาเป็นฝุ่นผง คีรินรีบคว้าอุปกรณ์ควบคุมเพื่อหยุดการไหลของสารเรืองแสงที่เริ่มรั่วไหลออกมาเป็นควันสีม่วงหนาทึบ มันคือสารสกัดความทรงจำที่ยังไม่เสถียร หากสูดดมเข้าไปในปริมาณมาก มันอาจเปลี่ยนความจริงของคนที่อยู่ในห้องนี้ไปตลอดกาล

เขากระโดดข้ามโต๊ะทำงานไปคว้าตัวกนิษฐาให้หลบเข้าที่กำบังขณะที่ควันสีม่วงเริ่มขยายตัวเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้วในห้อง “อยู่นิ่งๆ นะ ห้ามหายใจเอาควันพวกนี้เข้าไปเด็ดขาด!” เขาร้องตะโกนท่ามกลางเสียงระเบิดของหลอดแก้วรอบข้าง คีรินต้องใช้ร่างกายของเขากำบังเธอไว้จากเศษซากของเครื่องมือที่กระจัดกระจายไปทั่วห้อง

ท่ามกลางความโกลาหล กนิษฐาเริ่มกรีดร้องออกมาด้วยความทรมาน ภาพความทรงจำที่กระจัดกระจายพุ่งเข้าสู่สมองของเธอราวกับเข็มพันเล่ม คีรินพยายามเอื้อมมือไปคว้าเครื่องมือเพื่อสลายสารเคมีในอากาศ แต่เขากลับถูกรากไม้ที่มุดผ่านรอยแยกของผนังหินเข้ามารัดตัวไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก สถานการณ์เลวร้ายลงเมื่อความทรงจำที่ถูกดึงออกมาเริ่มรวมตัวกันเป็นภาพหลอนที่ลอยละล่องอยู่ในห้อง

คีรินเห็นภาพวันวานที่เขาและกนิษฐาเคยมีความสุขด้วยกันบนทุ่งหญ้า มันชัดเจนจนเขารู้สึกได้ถึงไอแดดและกลิ่นดอกไม้ในวันนั้น แต่ขณะเดียวกัน เขาก็เห็นภาพตอนที่เกิดอุบัติเหตุที่พรากความทรงจำของเธอไป มันคือช่วงเวลาที่เขาเป็นคนขับรถคันนั้นเอง ความผิดบาปในใจถาโถมเข้ามาจนเขาลืมความเจ็บปวดที่รากไม้รัดตัวอยู่ชั่วขณะ

กนิษฐาหยุดกรีดร้องลงทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อภาพในอากาศเริ่มฉายชัดถึงวินาทีที่รถพุ่งตกเหว เธอจำได้แล้วว่าทำไมเธอถึงลืมทุกอย่างไป เธอไม่ได้ลืมเพราะอุบัติเหตุ แต่มันคือการตัดสินใจของจิตใต้สำนึกที่ต้องการลบความเจ็บปวดจากการสูญเสียคีรินในวันนั้นไปจริงๆ แต่ในภาพความทรงจำที่ลอยอยู่นั้น คีรินกลับรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์

“คุณ… คุณโกหกฉันมาตลอดเหรอ” กนิษฐาถามเสียงสั่น ร่างกายของเธอเริ่มสั่นสะท้านไปด้วยความโกรธและเสียใจ คีรินพยายามดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการของรากไม้เพื่อจะอธิบาย แต่ทุกการเคลื่อนไหวกลับทำให้รากไม้รัดแน่นขึ้นจนเลือดไหลซึมจากบาดแผลที่แขนของเขา

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะโกหก ผมแค่… ผมแค่อยากให้คุณอยู่กับผมต่อไปแม้ว่าจะต้องเริ่มใหม่ก็ตาม” คีรินตะโกนตอบท่ามกลางควันสีม่วงที่เริ่มจางลง เผยให้เห็นเศษเสี้ยวของความจริงที่เขารักษาไว้ในหลอดแก้วที่แตกกระจายบนพื้นห้อง ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแล็บที่พังทลาย มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งสองที่ดังแข่งกับเสียงลมหวีดหวิวจากภายนอก

Climax ของความสัมพันธ์มาถึงจุดแตกหักเมื่อรากไม้ที่รัดตัวคีรินเริ่มดูดซับเลือดของเขาเข้าไป สวนแห่งนี้ต้องการค่าตอบแทนสำหรับการดึงความทรงจำกลับคืนมา และมันกำลังเรียกร้องเอาชีวิตของนักพฤกษเคมีผู้ทะเยอทะยาน กนิษฐามองเห็นความตายที่อยู่ตรงหน้า เธอไม่ได้รู้สึกเกลียดชังอีกต่อไป แต่ความทรงจำที่กลับมาทำให้นางเข้าใจว่าความรักของคีรินนั้นรุนแรงและเห็นแก่ตัวเพียงใด

เธอก้าวเข้าไปหาเขา แม้ว่าควันสีม่วงจะทำให้เธอรู้สึกมึนงงจนแทบจะยืนไม่อยู่ กนิษฐาใช้มีดสั้นที่ตกอยู่ใกล้ๆ ฟันลงบนรากไม้ที่รัดตัวคีรินด้วยกำลังทั้งหมดที่มี รากไม้ส่งเสียงหวีดร้องแหลมสูงราวกับสัตว์บาดเจ็บก่อนจะคลายตัวออกและหดกลับลงสู่พื้นดินอย่างรวดเร็ว ทั้งสองล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความอ่อนแรง

ความทรงจำที่เคยกระจัดกระจายเริ่มจางหายไปพร้อมกับควันสีม่วงที่สลายตัวเข้าสู่ผนังถ้ำ คีรินนอนหอบหายใจอยู่บนพื้น กอดกนิษฐาไว้แน่นเหมือนกลัวว่าเธอจะสลายไปอีกครั้ง เธอไม่ได้ผลักไสเขา แต่เธอก็ไม่ได้กอดตอบ มือของเธอยังคงสั่นเทาจากการเห็นภาพความตายของตัวเองในอดีตที่คีรินพยายามซ่อนเร้นเอาไว้

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างเชื่องช้าในบรรยากาศของห้องแล็บ ความโกรธแค้นถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจที่ขมขื่น กนิษฐาค่อยๆ พยุงตัวเองขึ้นนั่ง เธอหันมามองคนรักที่ยอมสละทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตเพื่อความเห็นแก่ตัวของตนเอง ความเงียบที่เกิดขึ้นในตอนนี้ไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า แต่มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยคำถามที่ไม่มีคำตอบ

คีรินพยายามจะเอ่ยคำขอโทษ แต่กนิษฐากลับวางนิ้วลงบนริมฝีปากของเขา ห้ามไม่ให้เขาพูดอะไรออกมาอีก การตัดสินใจของเธอในตอนนี้ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เธอจะไม่ลืมความเจ็บปวดนี้อีกต่อไป และเธอก็จะไม่ยอมให้ใครมาบงการความทรงจำของเธออีก ไม่ว่าเขาจะเป็นคนที่เธอเคยรักมากแค่ไหนก็ตาม

พวกเขาเดินออกจากสวนพฤกษาต้องห้ามในยามรุ่งสาง แสงสีทองของอาทิตย์อุทัยอาบไล้ไปบนผิวเปลือกไม้ที่เคยเป็นเครื่องจองจำความทรงจำของพวกเขา บัดนี้มันกลับดูไร้ชีวิตชีวาและแห้งเหี่ยวราวกับไม่มีมนต์ขลังใดๆ หลงเหลืออยู่อีก คีรินมองย้อนกลับไปที่สวนนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินตามกนิษฐาออกไปสู่โลกภายนอกที่ดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ความรู้สึกค้างใจยังคงฝังลึกอยู่ในสายตาของกนิษฐาที่ไม่ได้หันกลับมามองเขาเลยสักครั้ง คีรินรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าของพวกเขาจะไม่ใช่เส้นทางเดิมอีกต่อไป ความรักที่เคยถูกถักทอด้วยความทรงจำอันสวยงามได้ถูกแทนที่ด้วยความจริงที่แตกสลาย และในใจของเขายังคงได้ยินเสียงกระซิบจากสวนแห่งนั้นที่คอยเตือนถึงค่าตอบแทนที่เขายังจ่ายไม่ครบถ้วน

ความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น