นิยายรัก อบอุ่นหัวใจ แฟนตาซี ดราม่า สืบสวนสอบสวน สยองขวัญ วิทยาศาสตร์ ผจญภัย แอ็กชัน ย้อนยุค จีนโบราณ เหนือธรรมชาติ
สุรเสียงแห่งครามในรอยแยกของเครื่องแก้ว
แอ็กชัน 🕐 ปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-26

สุรเสียงแห่งครามในรอยแยกของเครื่องแก้ว

โดย ใบข้าว ใบนา
ภาษา: ไทย 12+

0.0
0 การให้คะแนน · 0 ความคิดเห็น
1 views
0 ความเห็น
แชร์:
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้

คะแนนดาวมาจากสมาชิกที่กดให้คะแนนจริง ไม่รวมยอดอ่านหรือการติดตาม

เข้าสู่ระบบเพื่อให้คะแนน
เรื่องราวของช่างเป่าแก้วผู้มีทักษะในการดักจับเสียงสะท้อนจากอดีตที่ฝังอยู่ในเนื้อแก้ว เมื่อเขากลายเป็นพยานเพียงคนเดียวของเหตุการณ์ปริศนาที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์เมืองท่าแห่งนี้ไปตลอดกาล

เปลวไฟสีส้มจัดจ้านจากเตาหลอมสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาของ 'คีริน' ขณะที่เขากำลังม้วนแท่งแก้วหลอมเหลวด้วยท่วงท่าที่มั่นคง ความร้อนระอุในโรงงานอบอวลไปด้วยกลิ่นกำมะถันจางๆ ผสมกับกลิ่นอายทะเลที่พัดผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามา เสียงหวีดหวิวของลมที่ปะทะกับปากเป่าแก้วทำให้เขาสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง มันไม่ใช่เสียงลมธรรมดา แต่เป็นเสียงกระซิบที่คุ้นเคยราวกับเสียงของคนที่จากไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน

คีรินขมวดคิ้ว มือที่จับเหล็กเป่าแก้วเริ่มสั่นเล็กน้อยจนเนื้อแก้วที่กำลังอ่อนตัวบิดเบี้ยวไปจากรูปทรงที่ตั้งใจ เขาพยายามตั้งสมาธิ แต่เสียงนั้นกลับดังชัดขึ้นเป็นจังหวะเหมือนคนกำลังพยายามจะสื่อสารอะไรบางอย่างจากภายในเนื้อแก้วที่ยังไม่ทันได้ขึ้นรูป นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ยินเสียงประหลาดในเวิร์กช็อปแห่งนี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เสียงนั้นดูเหมือนจะมีความโกรธแค้นเจือปนอยู่ด้วยอย่างชัดเจน

เขาตัดสินใจใช้คีมเหล็กดึงเส้นใยแก้วที่กำลังยืดออกอย่างระมัดระวัง พลันเกิดประกายไฟสีน้ำเงินแลบแปลบออกมาจากจุดที่เขาจับ เสียงหวีดร้องสั้นๆ ดังขึ้นก่อนจะเงียบหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าขนลุกภายในห้องที่เคยมีแต่เสียงไฟลุกโชน คีรินวางอุปกรณ์ลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ แล้วใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผม เขาเริ่มตระหนักว่าสิ่งที่เขากำลังเป่าอยู่ในวันนี้ไม่ใช่แค่แจกันหรือภาชนะธรรมดา แต่มันคือตัวนำทางบางอย่างที่เขายังไม่เข้าใจ

ในมุมมืดของโรงงาน ร่างของหญิงสาวผู้สวมชุดคลุมยาวสีเทาเข้มขยับตัวเผยให้เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ด 'วาริน' ก้าวออกมาจากความมืดพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูไม่เป็นมิตรนัก เธอเฝ้ามองคีรินมานานพอที่จะรู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ เสียงที่ได้ยินเมื่อครู่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลผลิตจากความสามารถที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด ซึ่งเป็นความสามารถที่คนในเมืองท่านี้ต่างหวาดกลัวและพยายามจะกักขังมันไว้

คีรินหันไปมองตามเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นบนพื้นไม้ เขารู้สึกถึงแรงกดดันที่พุ่งเข้ามาในอากาศทันทีที่เห็นแขกไม่ได้รับเชิญ "เจ้ามาทำอะไรที่นี่ในเวลาแบบนี้ วาริน ที่นี่ไม่ใช่สถานที่สำหรับคนจากสภาสูง" เขากล่าวเสียงเรียบ แม้ในใจจะเริ่มเต้นรัวด้วยความกังวลเพราะเขารู้ดีว่าการปรากฏตัวของเธอหมายถึงอันตรายที่กำลังจะตามมา

วารินหัวเราะเบาๆ เสียงของเธอกังวานก้องราวกับเสียงระฆังแก้วที่ถูกกระทบ "สภากังวลเรื่องเสียงที่หลุดรอดออกมาจากงานชิ้นล่าสุดของเจ้านะคีริน พวกเขาไม่ได้ต้องการให้คนในเมืองจำเรื่องราวในอดีตได้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นที่ประภาคารเมื่อยี่สิบปีก่อน" เธอเดินเข้ามาใกล้เตาหลอมพลางใช้สายตาสำรวจชิ้นงานที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์อย่างละเอียด

คีรินก้าวขวางหน้าเธอทันที ความหวงแหนในงานศิลปะของเขาพุ่งสูงขึ้น "นั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของข้า สิ่งที่ข้าเป่าออกมามันเป็นเพียงความทรงจำที่ตกค้างอยู่ในอากาศ ไม่ใช่หลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างที่พวกเจ้ากลัว" เขาพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ แม้ว่าความโกรธจะเริ่มก่อตัวขึ้นในอกเมื่อเห็นเธอพยายามจะเอื้อมมือไปแตะต้องผลงานชิ้นเอกของเขา

วารินหยุดชะงัก สายตาของเธอคมกริบราวกับใบมีด "เจ้าคิดว่าตัวเองควบคุมมันได้งั้นหรือ คีริน? แก้วพวกนี้ไม่ได้เก็บแค่เสียง แต่มันเก็บวิญญาณและความเจ็บปวด หากเจ้ายังดื้อรั้นที่จะขุดคุ้ยความจริง เมืองนี้อาจจะต้องลุกเป็นไฟด้วยความลับที่เจ้าเป็นคนปลุกขึ้นมาเอง" เธอพูดทิ้งท้ายก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าสู่ความมืดทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ที่ชวนให้รู้สึกอึดอัด

คีรินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ เขาหยิบเศษแก้วชิ้นหนึ่งขึ้นมาส่องดูภายใต้แสงไฟสลัวๆ ลวดลายภายในเนื้อแก้วดูคล้ายคลื่นทะเลที่กำลังบ้าคลั่ง เขารู้สึกได้ถึงสัมผัสเย็นเฉียบที่ส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ บางทีสิ่งที่วารินเตือนอาจจะเป็นเรื่องจริง แต่เขาก็ถอยหลังไม่ได้แล้ว เพราะทุกครั้งที่เขาหลับตา เสียงนั้นจะยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ เรียกร้องให้เขาปลดปล่อยมันออกมา

เขาตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่างในคืนนั้น คีรินรวบรวมเครื่องมือทั้งหมดที่มีและเริ่มลงมือเป่าแก้วชิ้นใหม่ชิ้นสุดท้าย เขาใช้ความร้อนสูงที่สุดที่เตาหลอมจะทำได้เพื่อหลอมละลายเศษแก้วทั้งหมดที่มีความทรงจำฝังอยู่ เสียงที่ออกมาคราวนี้ไม่ได้เป็นเพียงเสียงกระซิบ แต่เป็นเสียงร้องโหยหวนที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งโรงงานจนหน้าต่างทุกบานสั่นสะเทือน

ทันใดนั้น ประตูด้านหน้าก็ถูกพังเข้ามาโดยกลุ่มชายชุดดำที่สวมหน้ากากแก้วใสสะท้อนแสงไฟ พวกเขาคือองครักษ์ของสภาที่ได้รับคำสั่งมาเพื่อหยุดยั้งคีริน คีรินไม่รอช้า เขาคว้าชิ้นงานที่เพิ่งเป่าเสร็จซึ่งมีรูปร่างเหมือนก้อนผลึกใสขนาดใหญ่และขว้างมันลงพื้นดินจนแตกกระจาย เสียงที่ถูกกักขังไว้ในนั้นพุ่งกระจายออกมาเหมือนคลื่นสึนามิแห่งความทรงจำ

แรงสั่นสะเทือนจากการปลดปล่อยเสียงทำให้ผนังของโรงงานแตกร้าว คีรินทรุดลงกับพื้น มองดูองครักษ์เหล่านั้นที่พากันกุมขมับด้วยความเจ็บปวดจากเสียงที่พวกเขากลัวที่สุด เสียงที่เปิดโปงความฉ้อโกงของสภาและการสังหารหมู่ที่เคยถูกปกปิดไว้ภายใต้คราบของความสงบสุขเมืองท่าแห่งนี้ กำลังดังก้องอยู่ในอากาศให้ทุกคนได้ยิน

วารินที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ มองดูเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เธอรู้ดีว่านี่คือจุดจบของอำนาจที่เธอเคยรับใช้ แต่เธอก็ไม่ได้ขัดขวาง คีรินมองดูเธอผ่านกองซากแก้วที่ระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้น เขาได้รับชัยชนะในระดับหนึ่ง แต่ราคาที่ต้องจ่ายคือความสงบสุขที่เขาเคยมี เขาไม่สามารถซ่อนตัวอยู่ในโรงงานเล็กๆ แห่งนี้ได้อีกต่อไป

เมื่อฝุ่นควันจางลง คีรินลุกขึ้นยืนอย่างอ่อนแรง เขาเห็นว่าเศษแก้วชิ้นหนึ่งยังคงส่องประกายสีฟ้าอ่อนอยู่บนมือของเขา มันเป็นเพียงส่วนเดียวที่เหลืออยู่ของความทรงจำทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นมา เขาตัดสินใจเก็บมันไว้ในกระเป๋าเสื้อก่อนจะเดินออกจากประตูโรงงานที่พังทลายออกไปสู่โลกภายนอกที่กำลังตื่นตระหนกกับความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผย

เมืองท่าที่เคยเงียบเหงาเริ่มส่งเสียงดังระงม ผู้คนต่างออกมาบนท้องถนนเพื่อฟังเสียงที่ยังคงค้างอยู่ในอากาศ คีรินเดินหายไปในกลุ่มฝูงชนอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้โรงงานเป่าแก้วเป็นเพียงซากปรักหักพังที่ไร้เสียง เขารู้ดีว่าชีวิตของเขาต่อจากนี้คือการเดินทางเพื่อค้นหาจุดหมายใหม่ที่ไม่มีใครสามารถกักขังเสียงแห่งความจริงได้อีกต่อไป

เขามองย้อนกลับไปที่โรงงานเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันหลังเดินสู่เส้นขอบฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองจากแสงอาทิตย์ยามเช้า เศษแก้วในกระเป๋าเสื้อยังคงอุ่นอยู่ และในจังหวะที่หัวใจของเขาเต้นรัว เขาได้ยินเสียงของตัวเองกระซิบแผ่วเบาว่า 'ในที่สุดเราก็เป็นอิสระเสียที' นี่ไม่ใช่จุดจบของทุกสิ่ง แต่มันคือการเริ่มต้นของบทเพลงใหม่ที่เขาจะเป็นผู้บรรเลงด้วยตัวเอง

ความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น