แสงไฟนีออนจากมหานครเบื้องล่างสะท้อนผ่านกระจกหน้าต่างบานสูงใหญ่ของอพาร์ตเมนต์หรู ราวกับดวงดาวที่ตกลงมาวางกองรวมกันบนพื้นถนน กลิ่นจางๆ ของน้ำมันเครื่องและฝนที่เพิ่งซาลงทิ้งคราบชื้นแฉะไว้บนระเบียงเหล็กดัด กวินยืนนิ่งอยู่ในความมืด สายตาของเขาจ้องมองไปยังตึกระฟ้าฝั่งตรงข้ามที่มีความสูงเสียดฟ้าจนยอดของมันแทบจะจมหายไปในกลุ่มเมฆสีหม่น
เขาสวมเสื้อโค้ทตัวเก่าที่ชายผ้าเริ่มรุ่ยจากการใช้งานมานานหลายปี ในมือถือแก้ววิสกี้ที่เหลือเพียงน้ำแข็งก้อนสุดท้ายที่กำลังละลายช้าๆ ความเย็นจัดของแก้วส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจที่ด้านชา กวินเป็นนักสืบที่ไม่มีใครอยากจ้างวาน แต่สำหรับคดีที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง เขามักจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายเสมอด้วยเหตุผลที่ว่าเขามีสิ่งเดียวที่คนอื่นไม่มี นั่นคือความตายที่อยู่เคียงข้างเขาตลอดเวลา
ภายในห้องมีเพียงเสียงนาฬิกาลูกตุ้มที่เต้นเป็นจังหวะเชื่องช้าแข่งกับเสียงลมหายใจของเขา กวินขยับตัวเล็กน้อยทำให้เก้าอี้ไม้เก่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เขากำลังรอคอยใครบางคนที่จะปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับข้อมูลที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนนับล้านในเมืองนี้ไปตลอดกาล ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งอยู่ในเงา ขณะที่อีกครึ่งถูกแสงไฟสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดทิ้งไว้เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณหางคิ้ว
ทุกอย่างในห้องนี้ดูเหมือนจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นกองเอกสารที่วางระเกะระกะหรือภาพถ่ายเก่าๆ ที่แปะอยู่บนผนังไม้ กวินไม่ได้สนใจความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะความจริงที่เขาตามหานั้นไม่เคยสะอาดสะอ้านหรือสวยงาม เขาชอบความยุ่งเหยิงเพราะมันสะท้อนถึงโลกภายนอกที่เขากำลังเผชิญอยู่ได้เป็นอย่างดีที่สุด
ขณะที่ความเงียบกำลังครอบงำ เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง กวินขยับตัวเข้าหาลิ้นชักที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำงานอย่างรวดเร็วแต่เงียบเชียบ มือของเขาคว้าปืนพกกระบอกถนัดมือขึ้นมาตรวจสอบความพร้อม กระสุนทุกนัดถูกบรรจุไว้เต็มแมกกาซีนพร้อมที่จะระเบิดความรุนแรงออกมาหากสถานการณ์บีบบังคับ
ประตูด้านหน้าถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างของหญิงสาวในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาด้วยท่าทางระแวดระวัง เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนจะหยุดลงที่กวินที่นั่งอยู่ในมุมมืด แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นปืนที่วางพาดอยู่บนตักของเขา แต่เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกจนเกินไปนัก เพราะเธอรู้ดีว่านี่คือวิธีการทำงานของชายคนนี้
"คุณช้ากว่าเวลานัดไปสิบห้านาที" กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา หญิงสาวคนนั้นถอดถุงมือหนังออกและวางแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินลงบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยฝุ่น เธอเป็นเพียงคนเดียวที่กวินยอมร่วมงานด้วยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะความกล้าหาญที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่เย็นชาของเธอนั้นหาได้ยากยิ่ง
"การจะหลบหลีกสายตาของพวกคนในตึกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย กวิน คุณก็รู้ดีว่าพวกมันมีดวงตาอยู่ทุกที่" หญิงสาวตอบกลับพลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ของเธอขัดกับบรรยากาศที่อับชื้นในห้อง กวินจ้องมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ราวกับจะค้นหาความจริงที่อาจซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดนั้น
ความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนไม่ได้เรียกว่าความไว้วางใจ แต่เป็นความจำเป็นที่ต้องพึ่งพากันเพื่อเอาชีวิตรอด กวินต้องการข้อมูลเพื่อล้างมลทินให้ตัวเอง ส่วนเธอก็ต้องการให้กวินกำจัดสิ่งที่เป็นก้างขวางคอในแผนการใหญ่ของเธอ ทั้งคู่มีจุดอ่อนที่ชัดเจน นั่นคืออดีตที่ยังคงตามหลอกหลอนไม่ยอมปล่อยวาง ซึ่งกลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดให้พวกเขาต้องก้าวเดินไปบนเส้นทางที่เปื้อนเลือดนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้
กวินหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดอ่าน เนื้อหาข้างในทำให้เขาต้องขมวดคิ้วแน่น รายชื่อโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ถูกเบี่ยงเบนงบประมาณเพื่อนำไปใช้ในโครงการลับใต้ดิน มันไม่ใช่แค่การทุจริตธรรมดา แต่มันคือการวางรากฐานเพื่อการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดของเมือง เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่คาดหวัง
"นี่คือการฆ่าตัวตายชัดๆ" กวินเปรยขึ้นขณะที่นิ้วของเขาไล่ไปตามรายชื่อตัวเลขมหาศาลที่ถูกระบุไว้ในเอกสาร เขาไม่ได้กลัวตาย แต่นี่คือภารกิจที่อาจจะทำให้คนทั้งเมืองต้องลุกเป็นไฟหากความจริงรั่วไหลออกไปสู่สาธารณะก่อนเวลาอันควร หญิงสาวเพียงแค่ยักไหล่ ราวกับว่าชีวิตของผู้คนไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องกังวลตราบใดที่เป้าหมายของเธอสำเร็จ
เมื่อกวินตกลงใจที่จะดำเนินการตามแผน พวกเขาก็เคลื่อนที่เข้าสู่ตึกสำนักงานใหญ่ของกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ทันที การแฝงตัวเข้าไปในความมืดมิดของอาคารที่เต็มไปด้วยระบบรักษาความปลอดภัยล้ำสมัยเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังขั้นสูงสุด พวกเขาใช้ทางเดินลับสำหรับซ่อมบำรุงที่ไม่มีใครใช้งานมานานหลายสิบปีเพื่อหลีกเลี่ยงกล้องวงจรปิดทุกตัวที่ติดตั้งไว้
ทันใดนั้น สัญญาณเตือนภัยที่ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าก็ดังขึ้นก้องไปทั่วโถงทางเดิน กวินชักปืนออกมาทันทีขณะที่หญิงสาวรีบคว้าแผงควบคุมระบบไฟฟ้าเพื่อหยุดยั้งการทำงานของประตูอัตโนมัติที่กำลังปิดตัวลง เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมากดังขึ้นจากทางด้านหลังและด้านหน้าพร้อมกัน ทำให้พวกเขารู้ตัวว่าติดอยู่ในกับดักที่ถูกวางไว้ตั้งแต่ต้น
"ถอยไปข้างหลัง!" กวินตะโกนพร้อมกับเหนี่ยวไกปืนใส่กล้องวงจรปิดที่เพิ่งส่องแสงสีแดงจับตำแหน่งของพวกเขา กระสุนนัดแรกพุ่งทะลุเลนส์จนแตกละเอียด ตามด้วยเสียงตะโกนด่าทอจากกลุ่มคนที่กำลังล้อมเข้ามา หญิงสาวพยายามพิมพ์รหัสผ่านเข้าสู่ระบบ แต่ดูเหมือนว่ารหัสที่เธอมีจะถูกเปลี่ยนไปแล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาถูกขังอยู่กลางโถงทางเดินที่ไม่มีทางออก
กวินตัดสินใจพังหน้าต่างกระจกนิรภัยด้วยแรงทั้งหมดที่มี กระจกหนาแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นลมพายุที่พัดโหมกระหน่ำอยู่ภายนอกบนความสูงที่น่าหวาดเสียว เขาคว้าตัวหญิงสาวไว้แน่นก่อนจะกระโจนออกไปสู่ความว่างเปล่าข้างนอกโดยมีเพียงสายเคเบิลที่เขาเตรียมมาเป็นตัวยึดเหนี่ยวชีวิต ความตื่นเต้นพุ่งขึ้นสู่ขีดสุดเมื่อร่างของพวกเขาห้อยต่องแต่งอยู่ท่ามกลางลมแรงที่พัดผ่านตึกสูง
พวกเขาร่วงลงมาตามแนวดิ่งก่อนที่สายเคเบิลจะดึงรั้งไว้ได้ทันเวลา กวินกระแทกเข้ากับผนังกระจกของอีกชั้นหนึ่งอย่างแรงจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง เขาพยายามดึงหญิงสาวให้ขึ้นมาบนขอบระเบียงที่แคบจนน่ากลัว ในขณะที่กลุ่มเจ้าหน้าที่ด้านบนเริ่มระดมยิงลงมายังทิศทางที่พวกเขาอยู่ กระสุนกระทบกับผนังคอนกรีตจนเศษปูนกระจายไปทั่วทุกทิศทาง
หลังจากฝ่าฟันความตายมาได้ พวกเขาก็เข้าสู่จุดพีคของภารกิจภายในห้องทำงานของประธานบริษัทกวินบุกเข้าไปในห้องที่กว้างขวางและโอ่อ่าที่สุดบนชั้นสูงสุดของตึก ชายผู้เป็นหัวเรือใหญ่ของโครงการลับนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง เขามองกวินด้วยสายตาที่เยือกเย็นและไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ราวกับว่าเขาคาดการณ์เหตุการณ์นี้ไว้ล่วงหน้าแล้วและกำลังรอคอยการมาเยือนของนักสืบคนนี้อยู่
กวินเล็งปืนไปที่ชายผู้นั้น ในขณะที่หญิงสาวเริ่มอัปโหลดข้อมูลทั้งหมดลงสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตสาธารณะ ความตึงเครียดในห้องพุ่งถึงขีดสุดเมื่อประธานบริษัทเริ่มหัวเราะเบาๆ ออกมา มือของเขาวางอยู่บนปุ่มกดที่อาจจะทำลายหลักฐานทั้งหมดในพริบตา กวินต้องเลือกระหว่างการยิงเพื่อหยุดชายคนนั้น หรือการปกป้องหญิงสาวจากการโจมตีของลูกน้องที่กำลังบุกเข้ามาในห้อง
เขาตัดสินใจยิงไปที่ปุ่มกดบนโต๊ะทำลายระบบป้องกันของอาคารทิ้งทันที เสียงสัญญาณเตือนภัยดับลงพร้อมกับความมืดที่เข้าครอบงำทั้งชั้น หญิงสาวรีบกดปุ่มส่งข้อมูลจนเสร็จสิ้นในจังหวะสุดท้ายก่อนที่ไฟสำรองจะสว่างขึ้นอีกครั้ง ประธานบริษัทมองดูหน้าจอที่แสดงการรั่วไหลของข้อมูลด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ความหวังของเขาพังทลายลงพร้อมกับแผนการที่ใช้เวลาสร้างมานานหลายปี
เมื่อทุกอย่างจบลง กวินและหญิงสาวเดินออกมาจากตึกท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกหนัก ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในอาคารดึงดูดความสนใจจากสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังมุ่งหน้ามายังที่เกิดเหตุ ความขัดแย้งที่เคยมีมาตลอดการทำงานค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความเหนื่อยล้าที่กัดกินลึกเข้าไปถึงกระดูก พวกเขารู้ว่าหลังจากนี้ชีวิตของพวกเขาจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
กวินยืนมองดูแสงไฟของตำรวจที่สว่างวาบไปทั่วบริเวณถนนด้านล่าง เขาเปลี่ยนจากคนที่ถูกไล่ล่ามาเป็นคนที่มีอิสระ แม้ว่าอิสระนั้นจะแลกมาด้วยการต้องหลบซ่อนตัวไปตลอดชีวิตก็ตาม เขามองหญิงสาวที่เดินแยกทางออกไปโดยไม่ได้หันหลังกลับมามองอีกเลย ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากผลประโยชน์สิ้นสุดลงอย่างราบรื่นพร้อมกับภารกิจที่เสร็จสมบูรณ์
หลายเดือนผ่านไป กวินยังคงนั่งอยู่ในห้องเดิมแต่บรรยากาศกลับดูแตกต่างไปจากเดิม ความกดดันที่เคยมีหายไปเหลือเพียงความว่างเปล่าที่เขายังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับมันได้ เขาหยิบรูปถ่ายที่เคยแปะไว้บนผนังออกมาดูแล้วค่อยๆ วางมันลงในถังขยะที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษ ปริศนาครั้งนี้จบลงแล้ว แต่ในใจของเขายังคงมีคำถามมากมายที่ไร้คำตอบ
เขามองออกไปที่หน้าต่างเห็นตึกระฟ้าตึกเดิมที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงแค่ซากปรักหักพังของความทะเยอทะยานที่พังทลายลง แสงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มทอแสงผ่านกลุ่มเมฆ กวินปิดหน้าต่างลงและถอนหายใจยาวก่อนจะหยิบหมวกใบเก่าขึ้นมาสวม เขาตัดสินใจทิ้งอดีตทั้งหมดไว้ที่นี่เพื่อเริ่มต้นใหม่บนเส้นทางที่เขาเลือกเอง แม้จะรู้ดีว่าความทรงจำเหล่านั้นจะไม่มีวันจางหายไปจากใจเขาก็ตาม
วิถีเพชฌฆาตเหนือพิกัดเดือด
ดีลนรก ล้างแค้นข้ามสมุทร
วิกฤตการณ์พายุคลั่ง รหัสมรณะกลางน่านฟ้า
รอยเลือดบนทางสายหมอก
ห้วงเวลาสีชาด ปริศนาเข็มทิศไร้ทิศทาง
รหัสลับใต้เถ้าถ่าน ปฏิบัติการไร้เงา
ความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น