สายลมหนาวพัดผ่านยอดเขาเทียนซานหอบเอาละอองหิมะสีขาวโพลนโปรยปรายลงมาปกคลุมทั่วบริเวณหอสมุดหลวงอันเงียบสงัด ที่แห่งนี้คือสถานที่ที่รวบรวมเอาตำราโบราณนับหมื่นเล่มซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่ยุคกำเนิดอาณาจักร ทว่าในยามค่ำคืนที่เงียบเชียบเช่นนี้ กลับมีเพียงแสงตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวที่ส่องสว่างอยู่ภายในห้องทำงานส่วนลึกของ 'หลี่เหวิน' บัณฑิตหนุ่มผู้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลหอสมุดหมื่นศิลาเพียงลำพัง
หลี่เหวินเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ ร่างกายดูผอมบางแต่มีแววตาที่ฉายแววเฉลียวฉลาดเกินกว่าคนรุ่นเดียวกัน เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการจัดเรียงม้วนคัมภีร์และคัดลอกตำราที่เก่าแก่จนใกล้จะสลายกลายเป็นผงธุลี ในคืนนี้ขณะที่เขากำลังตรวจสอบชั้นวางหนังสือที่ถูกปิดตายมานานหลายทศวรรษ เขาก็พบกับกล่องไม้จันทน์หอมที่ถูกซ่อนอยู่หลังแผ่นกระดานไม้ที่ผุพัง กล่องใบนั้นไม่ได้ลงอาคมรุนแรงเหมือนของชิ้นอื่น ทว่ามันกลับแผ่ซ่านไอเย็นที่ชวนให้รู้สึกขนลุกชัน
เมื่อเขาเปิดกล่องออก สิ่งที่พบคือม้วนภาพวาดสีหมึกที่ดูแปลกประหลาด มันไม่ใช่ภาพทิวทัศน์หรือภาพบุคคลตามแบบแผนทั่วไป แต่เป็นเพียงรอยเส้นที่ตวัดไปมาอย่างไร้ระเบียบ ทว่าเมื่อแสงจันทร์ตกกระทบลงบนรอยหมึกเหล่านั้น รอยหมึกกลับค่อยๆ เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต หลี่เหวินตะลึงงัน เขาพยายามเพ่งมองรอยเส้นนั้นจนลืมเลือนเวลา ทันใดนั้น จิตใจของเขาก็ถูกดึงเข้าสู่ภวังค์อันลึกซึ้ง ราวกับว่าเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรแห่งความรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ท่ามกลางภวังค์นั้น เขาเห็นภาพของอดีตจักรพรรดิผู้ก่อตั้งราชวงศ์ทรงใช้พู่กันวาดลวดลายลงบนอากาศ จนกระทั่งมวลอากาศนั้นกลายเป็นกระแสพลังที่แข็งแกร่งดั่งภูผา นี่คือวิชา 'เซียนไร้ลักษณ์' วิชาที่หายสาบสูญไปนับพันปี วิชาที่กล่าวกันว่าหากผู้ใดครอบครองจะสามารถควบคุมธาตุทั้งห้าในธรรมชาติได้ตามใจนึก หลี่เหวินตระหนักได้ทันทีว่าเขากำลังพบกับความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของราชวงศ์ ซึ่งหากความลับนี้รั่วไหลออกไป ย่อมนำมาซึ่งมหันตภัยครั้งใหญ่แก่แผ่นดินอย่างแน่นอน
ในเช้าวันถัดมา ข่าวการมาเยือนของ 'แม่ทัพหยาง' ผู้กุมอำนาจทางการทหารส่วนใหญ่ของเมืองหลวงสร้างความตื่นตระหนกให้กับเหล่านักปราชญ์ในสำนัก หลี่เหวินรู้ดีว่าแม่ทัพหยางไม่ได้มาเพียงเพื่อเยี่ยมเยียนหอสมุด แต่เขากำลังตามหา 'กุญแจ' ที่จะปลดล็อกคลังสมบัติของอดีตจักรพรรดิ ซึ่งเชื่อกันว่าถูกเก็บซ่อนไว้ในหอสมุดแห่งนี้ หลี่เหวินต้องรีบเก็บซ่อนม้วนภาพวาดลึกลับนั้นไว้ในที่ปลอดภัย แต่ความสงสัยของแม่ทัพหยางก็เฉียบคมเกินกว่าที่จะปิดบังได้ง่ายๆ
แม่ทัพหยางก้าวเข้ามาในห้องทำงานของหลี่เหวินด้วยท่าทางองอาจ เขามองสำรวจไปทั่วห้องก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ชั้นวางหนังสือที่หลี่เหวินเพิ่งเคลื่อนย้ายไป "เจ้าหนุ่ม ข้าได้ยินมาว่าหอสมุดแห่งนี้มีตำราที่บันทึกถึงวิชาการต่อสู้ในตำนาน เจ้าพอจะทราบหรือไม่ว่ามันอยู่ที่ใด" คำถามนั้นเย็นชาและเต็มไปด้วยแรงกดดัน หลี่เหวินพยายามรวบรวมความกล้าตอบกลับไปอย่างนอบน้อมว่า "ข้าน้อยเป็นเพียงบัณฑิตดูแลหนังสือ ตำราโบราณที่นี่ล้วนเป็นเรื่องราวของประวัติศาสตร์และปรัชญา ไม่เคยมีตำราวิชาต่อสู้ที่ท่านแม่ทัพกล่าวถึงเลยขอรับ"
แม่ทัพหยางหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วโถงหอสมุด "คนฉลาดมักจะรู้วิธีเอาตัวรอด แต่ในโลกของอำนาจ ความรู้คือดาบสองคม หากเจ้าเลือกที่จะเก็บงำสิ่งที่มีค่าเกินตัว เจ้าอาจจะไม่มีโอกาสได้ใช้มันในภายหลัง" กล่าวจบเขาก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความหวาดระแวงที่ก่อตัวขึ้นในใจของหลี่เหวิน เขาเข้าใจแล้วว่าสงครามแย่งชิงบัลลังก์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในราชสำนัก แต่ลุกลามเข้ามาถึงในหอสมุดที่เงียบสงบแห่งนี้แล้ว
หลายสัปดาห์ผ่านไป หลี่เหวินเริ่มฝึกฝนวิชาจากม้วนภาพวาดนั้นอย่างลับๆ เขาพบว่าวิชาไร้ลักษณ์ไม่ได้เน้นที่การใช้พละกำลัง แต่เน้นที่การเข้าใจในกระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว ทุกสิ่งที่เขาสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นหยดน้ำบนใบไม้หรือฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของวิชาเซียนที่เขาเรียนรู้ การฝึกฝนทำให้เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย พลังลมปราณของเขาที่เคยอ่อนแอเริ่มเข้มข้นขึ้นและไหลเวียนไปทั่วร่างราวกับสายน้ำที่ไม่มีวันเหือดแห้ง
ทว่าในวันที่เขาเริ่มจะควบคุมพลังได้ชำนาญ แม่ทัพหยางก็ได้นำทหารบุกเข้ามายังหอสมุดอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้มาเพื่อสอบถาม แต่มาเพื่อยึดครอง หอสมุดถูกปิดล้อมด้วยทหารเกราะเหล็กนับร้อยนาย แม่ทัพหยางประกาศกร้าวว่าหอสมุดแห่งนี้เป็นแหล่งซ่องสุมของผู้ทรยศและต้องถูกเผาทิ้งเพื่อล้างมลทิน หลี่เหวินที่เฝ้ามองจากหอคอยสูงรู้ดีว่าหากหอสมุดถูกเผา ความรู้ทั้งหมดจะสูญสิ้นไปตลอดกาล รวมถึงม้วนภาพวาดที่เขากำลังเก็บรักษาไว้ด้วย
เขาตัดสินใจใช้พลังที่เพิ่งเรียนรู้มา หลี่เหวินยืนตระหง่านอยู่บนหลังคาหอสมุด เขาหลับตาลงและสัมผัสถึงความชื้นในอากาศ ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ ราวกับวาดพู่กันลงบนแผ่นฟ้า ทันใดนั้น สายฝนที่ควรจะตกในฤดูใบไม้ผลิกลับกลายเป็นละอองน้ำที่แข็งตัวดั่งเข็มเงิน พุ่งเข้าใส่กองทัพทหารที่อยู่เบื้องล่างอย่างแม่นยำ ทหารทุกคนต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะชักดาบออกมาต่อสู้ กองทัพที่ยิ่งใหญ่ต้องพ่ายแพ้ให้กับพลังที่มองไม่เห็น
แม่ทัพหยางยืนมองเหตุการณ์ด้วยความประหลาดใจ เขาพยายามควบม้าฝ่าวงล้อมเข้าไปหาหลี่เหวิน แต่กลับพบว่ากำแพงอากาศรอบหอสมุดนั้นแข็งแกร่งดั่งหินผา หลี่เหวินลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม "ความรู้ไม่ใช่เครื่องมือแห่งอำนาจ แต่คือลมหายใจของแผ่นดิน ท่านแม่ทัพ ท่านไม่มีสิทธิ์ทำลายสิ่งที่ท่านไม่เข้าใจ" เสียงของหลี่เหวินก้องกังวานไปทั่วบริเวณด้วยพลังอำนาจที่ทำให้ทุกคนต้องคุกเข่าลงด้วยความเกรงขาม
เมื่อการต่อสู้จบลง แม่ทัพหยางจำต้องถอยทัพกลับไปอย่างพ่ายแพ้ หลี่เหวินไม่ได้ทำลายชีวิตใคร แต่เขาได้ทำลายความทะเยอทะยานของคนที่ต้องการใช้ความรู้เป็นอาวุธสงคราม หลังจากเหตุการณ์นั้น หลี่เหวินก็หายตัวไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ไม่มีใครพบเขาอีกเลย บ้างก็ว่าเขากลายเป็นเซียนที่อาศัยอยู่บนยอดเขา บ้างก็ว่าเขาได้ทำลายม้วนภาพวาดนั้นและสาบานว่าจะไม่ให้ใครเข้าถึงความลับนี้ได้อีก
ทว่าในหอสมุดที่ถูกทิ้งร้างแห่งนั้น ยังคงมีตำนานเล่าขานกันต่อมาว่า หากใครที่มีจิตใจบริสุทธิ์และต้องการความรู้เพื่อช่วยเหลือผู้คนจริงๆ เมื่อเดินเข้าไปในหอสมุดหมื่นศิลา พวกเขาจะได้ยินเสียงพู่กันสะบัดพริ้วไหวอยู่ในสายลม และหากโชคดีพอ พวกเขาอาจจะได้พบกับวิชาเซียนไร้ลักษณ์ที่จะนำพาไปสู่ความเข้าใจในธรรมชาติที่แท้จริง ซึ่งนั่นคือบทเรียนที่สำคัญที่สุดที่หลี่เหวินได้ทิ้งไว้ให้แก่คนรุ่นหลัง
กาลเวลาผ่านไปนับร้อยปี อาณาจักรเปลี่ยนผ่านราชวงศ์หลายครั้งหลายครา หอสมุดหมื่นศิลาเหลือเพียงซากปรักหักพังที่ถูกเถาวัลย์ปกคลุม แต่ลึกเข้าไปในห้องใต้ดินที่ไม่มีใครค้นพบ ม้วนภาพวาดนั้นยังคงวางอยู่ในกล่องไม้จันทน์หอมเดิม ราวกับกำลังรอคอยบัณฑิตผู้มีความเพียรพยายามคนใหม่ที่จะมาสืบทอดวิถีเซียนไร้ลักษณ์ เพื่อปกป้องสมดุลของโลกใบนี้ต่อไปตราบนานเท่านาน นี่คือความลับที่จารึกไว้ในหัวใจของแผ่นดินและรอยจารึกที่ไม่มีวันเลือนหายไปตามกาลเวลา
ลิขิตหยกสลักลายมังกร
ม่านหมอกพิษแห่งวังหลัง บันทึกลับนางกำนัลผู้ไร้เงา
ดาราสถิตเหนือหอคอยดาราศาสตร์: รหัสลับจักรพรรดิผู้ถูกลืม
ศิลาจารึกอักขระมนตรา ความลับใต้สมุทรสาคร
พู่กันโลหิตใต้เงาอักษรอาถรรพ์
อาถรรพ์พู่กันเลือด สะบัดอักษรพลิกชะตาฟ้า
ความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น