สายฝนโปรยปรายลงมากระทบหลังคาสังกะสีเก่าคร่ำคร่าของบ้านไม้ริมน้ำ ส่งเสียงดังเปาะแปะประสานกับเสียงเขียดร้องระงมในความมืด อากาศยามค่ำคืนค่อนข้างเย็นจัดจนไอจางๆ ลอยออกมาจากปากของ 'รวินทร์' ชายวัยกลางคนที่มีแผลเป็นจางๆ พาดผ่านสันจมูก เขาขัดลำกล้องปืนพกกระบอกเก่าด้วยผ้าผืนนุ่มอย่างประณีต สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองไปที่กระสุนเงินที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง กลิ่นน้ำมันหล่อลื่นปืนผสมกับกลิ่นดินชื้นหลังฝนตกอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่เงียบสงัดจนน่าอึดอัด
รวินทร์วางปืนลงแล้วถอนหายใจยาว พลางมองไปทางประตูห้องนอนที่ปิดสนิท ที่นั่น 'ริน' ลูกสาวคนเดียวของเขากำลังหลับใหลอย่างเป็นสุข เธอคือสิ่งเดียวที่ทำให้เขายอมวางมือจากการเป็นนักฆ่าในองค์กรใต้ดินที่โหดเหี้ยม แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันที่สั่นไหวตามแรงลมลอดผ่านหน้าต่างทำให้เงาของเขาทอดยาวไปบนผนังไม้ ดูราวกับปีศาจร้ายที่พยายามจะกลับมาทวงคืนร่างของเขาอีกครั้ง
บรรยากาศภายในบ้านไม่ได้สะท้อนถึงความมั่งคั่งแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นแบบดิบเถื่อน ผนังบ้านประดับไปด้วยเครื่องมือช่างไม้ที่เขาใช้ทำมาหากินในยามปกติ ทว่าในลิ้นชักลับใต้พื้นไม้กลับซ่อนความลับที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครรู้ รวินทร์ขยับตัวลุกขึ้นยืนด้วยความคล่องแคล่วเกินวัย เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างภายนอก เสียงฝีเท้าที่เหยียบกิ่งไม้แห้งหักดังแว่วมาตามลม แม้จะแผ่วเบาจนคนทั่วไปไม่ได้ยิน แต่สำหรับเขามันคือเสียงนาฬิกาปลุกที่บอกว่าความสงบสุขได้สิ้นสุดลงแล้ว
เขารีบดับตะเกียงทันที ความมืดมิดเข้าปกคลุมบ้านทั้งหลัง รวินทร์เคลื่อนตัวอย่างเงียบเชียบไปที่ริมหน้าต่าง มองผ่านรอยแตกของไม้ไปสู่ความมืดเบื้องนอก เขาเห็นเงาร่างคนสามคนแต่งกายด้วยชุดสีดำสนิทเคลื่อนที่เข้ามาอย่างเป็นระเบียบ พวกเขาถืออาวุธที่ติดตั้งอุปกรณ์เก็บเสียงและเลเซอร์นำทาง รวินทร์รู้ดีว่านี่ไม่ใช่กลุ่มโจรธรรมดา แต่เป็น 'เดอะ โฮสต์' หน่วยสังหารที่เขาเคยสังกัดอยู่เมื่อหลายปีก่อน
ความโกรธแค้นแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่เขาสะกดมันไว้ด้วยสติที่ฝึกฝนมานับสิบปี เขาไม่ได้สู้เพื่อเงินหรือเกียรติยศอีกต่อไป ทว่าครั้งนี้เขาสู้เพื่อปกป้องลมหายใจของคนที่เขารักที่สุด รวินทร์หยิบแม็กกาซีนที่บรรจุกระสุนเต็มอัตราขึ้นมาเสียบเข้ากับปืน เสียงกลไกโลหะกระทบกันดังกังวานในความเงียบราวกับเป็นคำประกาศสงครามครั้งสุดท้ายที่เขาต้องชนะ
รวินทร์เดินย่องเข้าไปในห้องนอนของริน เขาแตะไหล่เธอเบาๆ จนหญิงสาวสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากถาม เขาก็รีบปิดปากเธอไว้ด้วยมือที่หยาบกร้าน "เงียบไว้ริน ฟังพ่อให้ดี ลูกต้องออกไปทางประตูด้านหลังแล้ววิ่งเข้าป่าไปที่กระท่อมร้างหลังเก่า อย่าหันกลับมามองจนกว่าจะถึงที่นั่น" เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นอาวุธในมือพ่อ เธอรับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา "พ่อคะ เกิดอะไรขึ้น พ่อจะทำอะไร" เธอถามพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้า แต่รวินทร์ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ซักถาม เขาดันตัวเธอออกไปทางหน้าต่างบานเล็กที่เชื่อมกับทางออกหลังบ้าน พลางยัดสมุดจดเล่มเล็กที่บันทึกข้อมูลสำคัญขององค์กรให้เธอไว้แน่น
เขามองตามหลังลูกสาวที่วิ่งหายเข้าไปในความมืดของพงไพรด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในอกที่เขาดึงเธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับโลกอันโสมมนี้ แต่เขาก็รู้ดีว่านี่คือวิธีเดียวที่จะทำให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือของพวกมัน รวินทร์หันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับประตูบ้านที่กำลังถูกถีบพังเข้ามา เสียงไม้แตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงตกหนัก
ชายฉกรรจ์สามคนในชุดดำกรูเข้ามาในบ้าน พวกมันสาดส่องไฟฉายไปทั่วห้อง รวินทร์อาศัยจังหวะที่พวกมันกำลังชะงัก พุ่งตัวออกจากเงามืดของตู้เสื้อผ้าแล้วยิงกระสุนนัดแรกเข้าที่ไหล่ของชายคนแรกอย่างแม่นยำ เสียงปืนเก็บเสียงดัง 'ปึก' สั้นๆ แต่รุนแรงพอที่จะทำให้เป้าหมายทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความเจ็บปวด
การต่อสู้ระยะประชิดเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด รวินทร์ใช้ความชำนาญในบ้านของตัวเองให้เป็นประโยชน์ เขาคว้าเก้าอี้ไม้ฟาดเข้าที่ใบหน้าของคนร้ายคนที่สองจนล้มหงายหลัง ก่อนจะหันมาคว้าแขนคนร้ายคนที่สามที่กำลังเล็งปืนมาที่เขา เขาบิดข้อมือมันจนกระดูกลั่นดังกรอบ ก่อนจะกระแทกศอกเข้าที่ขมับจนอีกฝ่ายหมดสติไปทันที ทว่าชายคนแรกที่บาดเจ็บก็พยายามยันตัวลุกขึ้นมาแล้วสาดกระสุนใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง
รวินทร์กระโดดหลบหลังโต๊ะไม้ กระสุนพุ่งผ่านเฉียดหน้าเขาไปเพียงไม่กี่นิ้ว เศษไม้กระจายไปทั่วห้อง เขากัดฟันแน่นด้วยความเจ็บปวดเมื่อกระสุนนัดหนึ่งถากเข้าที่หัวไหล่ซ้าย เลือดอุ่นๆ ไหลซึมออกมาเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีซีดจนเป็นวงกว้าง เขาไม่ยอมให้ความเจ็บปวดหยุดยั้งเขาได้ เขาคว้ามีดพกที่ซ่อนไว้ที่ข้อเท้าแล้วขว้างออกไปอย่างแม่นยำ มีดปักเข้าที่มือของคนร้ายจนปืนหลุดกระเด็น
เขารีบพุ่งเข้าไปประชิดตัวและจัดการเผด็จศึกด้วยหมัดหนักๆ เข้าที่กรามจนชายคนนั้นสลบเหมือดไปในที่สุด รวินทร์หอบหายใจรุนแรง กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นดินปืนอบอวลไปทั่วห้อง เขาสำรวจรอยแผลตัวเองด้วยความรีบร้อนก่อนจะหันไปคว้าเสื้อแจ็คเก็ตกันฝนแล้ววิ่งออกจากบ้านมุ่งหน้าไปทางที่รินหนีไป ทว่าทันใดนั้นเขาก็หยุดชะงักเมื่อเห็นแสงไฟจากรถยนต์ส่องสว่างมาจากทางถนนลูกรังหน้าบ้าน
รถลีมูซีนสีดำคันหรูค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาจอดหน้าบ้านอย่างเยือกเย็น ประตูรถเปิดออกเผยให้เห็นชายวัยสูงอายุในชุดสูทเนี้ยบกริบที่เดินลงมาพร้อมร่มสีดำสนิท เขาคือ 'มาสเตอร์' อดีตหัวหน้าของรวินทร์ที่เขาเคยคิดว่าตายไปนานแล้ว การปรากฏตัวของเขาในคืนนี้ทำให้รวินทร์รู้ทันทีว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงกับดักที่วางเอาไว้ตั้งแต่ต้น
มาสเตอร์แสยะยิ้มที่มุมปากพลางมองรวินทร์ด้วยสายตาเหยียดหยาม "แกคิดจริงๆ หรือรวินทร์ ว่าคนอย่างแกจะหนีพ้นเงาของตัวเองได้? แกทิ้งชีวิตนักฆ่าไปได้ แต่แกทิ้งสัญชาตญาณสัตว์ร้ายในตัวไม่ได้หรอก" คำพูดของเขาสั่นคลอนความมั่นใจของรวินทร์ไปชั่วขณะ รวินทร์กระชับปืนในมือแน่น เล็งไปยังหน้าอกของชายชราที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความเดือดดาล
"ปล่อยรินไป แล้วฉันจะกลับไปกับแก" รวินทร์เอ่ยด้วยเสียงที่สั่นพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจ เขารู้ดีว่าข้อเสนอนี้อาจหมายถึงความตาย แต่ถ้ามันแลกกับชีวิตของลูกสาวได้ เขาก็พร้อมจะทำทุกอย่าง มาสเตอร์หัวเราะร่วนเสียงดังราวกับได้ยินเรื่องตลกที่น่าขบขันที่สุดในโลก "แกไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้น รวินทร์ ลูกสาวของแกอยู่ในมือพวกฉันแล้ว"
คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจรวินทร์ ความมั่นใจที่เขามีสลายไปในทันที เขารีบหันกลับไปทางป่าแต่ก็สายเกินไป เมื่อเห็นลูกน้องอีกกลุ่มหนึ่งลากตัวรินที่ถูกมัดมือมัดเท้าออกมาจากความมืด ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยน้ำตาและรอยฟกช้ำจากการต่อสู้ ความโกรธแค้นในใจรวินทร์พุ่งถึงขีดสุดจนเขาลืมความเจ็บปวดจากแผลที่หัวไหล่ไปสิ้น เขาตัดสินใจทิ้งปืนลงพื้นแล้วยกมือขึ้นเพื่อแสดงความจำนน
ทว่าในวินาทีที่เขาก้มลงดูปืนที่พื้น เขาก็ใช้ความเร็วที่เหนือมนุษย์คว้ามีดพกที่ตกลงมาด้วยเท้าแล้วขว้างเข้าที่คอของลูกน้องที่จับตัวรินไว้ทันที รินอาศัยจังหวะที่คนร้ายชะงักดิ้นหลุดจากการพันธนาการแล้ววิ่งมาหลบหลังพ่อ รวินทร์คว้าปืนขึ้นมาจากพื้นแล้วสาดกระสุนใส่กลุ่มชายชุดดำที่ล้อมรอบอยู่อย่างไม่คิดชีวิต กระสุนนัดแล้วนัดเล่าเจาะเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำราวกับเขากลายเป็นเครื่องจักรสังหารอีกครั้ง
ความโกลาหลเกิดขึ้นท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกกระหน่ำ รวินทร์ดันตัวรินให้ไปอยู่หลังรถคันหนึ่งก่อนจะเปิดฉากยิงโต้ตอบกับมาสเตอร์ที่หยิบอาวุธขึ้นมาสู้เช่นกัน เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วหุบเขา การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด รวินทร์ได้รับบาดเจ็บเพิ่มขึ้นอีกหลายแห่ง แต่เขายังคงกัดฟันสู้เพื่อปกป้องรินที่อยู่ด้านหลัง เขาพุ่งตัวเข้าใส่มาสเตอร์ที่พยายามจะยิงริน ทั้งคู่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนพื้นโคลน
รวินทร์ใช้กำลังเฮือกสุดท้ายกระแทกศอกเข้าที่หน้าอกของมาสเตอร์จนอีกฝ่ายจุกจนขยับไม่ได้ เขาคว้าปืนจ่อไปที่ขมับของชายชรา "จบกันเสียที" เขากระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นชา มาสเตอร์มองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าก่อนจะยิ้มออกมาเป็นครั้งสุดท้าย "แกไม่มีทางจบมันได้หรอกรวินทร์ ตราบใดที่โลกนี้ยังมีความมืดมิดอยู่..." สิ้นเสียงของเขา รวินทร์ก็ลั่นไกปืนปิดฉากชีวิตของอดีตหัวหน้าผู้โหดเหี้ยมลงในที่สุด
ความเงียบกลับคืนมาสู่หุบเขาอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงฝนที่ตกกระทบใบไม้และเสียงหอบหายใจของพ่อลูก รวินทร์ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความอ่อนแรง เลือดสีแดงฉานไหลอาบเสื้อผ้าจนแทบมองไม่เห็นสีเดิม รินรีบวิ่งเข้ามาประคองพ่อไว้ด้วยความตื่นตระหนก เธอพยายามกดแผลที่หน้าอกของเขาด้วยมือที่สั่นเทา "พ่อ! พ่ออย่าเป็นอะไรนะ พ่อต้องอยู่กับหนู!" เธอร้องไห้โฮออกมาด้วยความเจ็บปวด
รวินทร์ยิ้มออกมาบางๆ มือที่สั่นเทาของเขาลูบหัวลูกสาวอย่างแผ่วเบา "ริน... พ่อขอโทษที่ทำให้ลูกต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ ต่อไปนี้... ลูกต้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนะ อย่าได้จดจำเรื่องเลวร้ายพวกนี้เลย" เสียงของเขาค่อยๆ แผ่วลง ความเจ็บปวดที่เคยมีเริ่มเลือนหายไปพร้อมกับสติสัมปชัญญะที่กำลังจะดับวูบลงในไม่ช้า รินกอดเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปจากโลกนี้
เธอมองไปรอบๆ ที่เต็มไปด้วยร่างของคนร้ายที่ไร้วิญญาณ กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งทำให้เธอรับรู้ได้ว่าชีวิตของเธอได้เปลี่ยนไปตลอดกาล เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่ในความเศร้าโศกนั้น เธอก็รับรู้ถึงความรักที่พ่อมอบให้มาตลอดชีวิต เขาปกป้องเธอด้วยทุกอย่างที่เขามีแม้กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของเขาเอง
ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มเบาบางลง แสงอาทิตย์แรกของเช้าวันใหม่ค่อยๆ สาดส่องผ่านเมฆหนาลงมายังร่างของชายที่เคยเป็นตำนาน รินนั่งเฝ้าศพพ่อของเธออยู่เงียบๆ ท่ามกลางซากปรักหักพังของบ้านที่เคยเป็นรังรัก ในดวงตาที่เคยสดใสของเธอเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ภายใน เธอหยิบสมุดจดเล่มเล็กที่พ่อฝากไว้ขึ้นมา แล้วมองออกไปที่เส้นขอบฟ้าด้วยความรู้สึกที่ค้างใจว่าสงครามของเธอเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
วิถีเพชฌฆาตเหนือพิกัดเดือด
ดีลนรก ล้างแค้นข้ามสมุทร
รอยเลือดบนทางสายหมอก
รหัสลับใต้เถ้าถ่าน ปฏิบัติการไร้เงา
เงาเพลิงมรณะ: เดิมพันชีวิตกลางมหานคร
พยัคฆ์ทมิฬ ปฏิบัติการดับตะวัน
ความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น