เรื่องราวความรักระหว่างนักเปียโนสาวผู้โดดเดี่ยวและชายหนุ่มลึกลับในค่ำคืนที่แสงจันทร์นำพาให้หัวใจสองดวงได้โคจรมาพบกันท่ามกลางความลับที่ถูกซ่อนไว้
เสียงเปียโนบรรเลงแผ่วเบาในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์เก่าแก่ แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างบานสูงลงมาตกกระทบลงบนปลายนิ้วเรียวของรินรดาที่กำลังโลดแล่นอยู่บนคีย์สีขาวดำอย่างพลิ้วไหว ความเงียบสงัดของยามค่ำคืนทำให้เสียงดนตรีของเธอก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ราวกับว่าดนตรีชิ้นนี้กำลังสื่อสารกับความว่างเปล่าที่เธอแบกรับมาเนิ่นนาน
ทว่าท่ามกลางความเงียบนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนกลับดังขึ้นจากมุมมืดของระเบียง รินรดาหยุดชะงัก นิ้วมือของเธอค้างอยู่กลางอากาศขณะที่หันไปมองร่างสูงใหญ่ที่ก้าวออกมาจากเงามืด ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น แววตาของเขาคมกริบแต่กลับเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยที่ปิดไม่มิด
"เพลงของคุณช่างดูโดดเดี่ยวเหลือเกิน เหมือนกับคนที่รอคอยอะไรบางอย่างโดยไม่รู้ว่าสิ่งนั้นจะมีอยู่จริงหรือไม่" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นไหวเล็กน้อยขณะเดินเข้ามาใกล้เปียโนตัวงาม เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนและสายฝนที่เพิ่งผ่านพ้นไปโชยมาปะทะจมูกของรินรดา
"ความโดดเดี่ยวอาจเป็นเพียงเรื่องที่คนเหงาจินตนาการขึ้นมาเอง คุณไม่คิดเช่นนั้นหรือคะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้หัวใจในอกจะเริ่มเต้นผิดจังหวะด้วยความประหม่า เธอไม่เคยเห็นชายคนนี้มาก่อนในงานเลี้ยงหรูหราของตระกูล แต่มารยาทที่เขามีกลับดูสูงส่งจนน่าเกรงขาม
ชายหนุ่มหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ก่อนจะหยิบจี้สร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยวขึ้นมาถือไว้ในมือ แล้วยื่นไปให้หญิงสาวดู "บางครั้งสิ่งที่เราเห็นในเงาสะท้อนอาจเป็นเพียงความฝันที่ถูกกักขังไว้ในเวลาที่เดินถอยหลัง ผมเฝ้าดูคุณเล่นเพลงนี้มาหลายค่ำคืน และหวังว่าวันนี้ผมจะกล้าพอที่จะก้าวออกมาจากความมืด"
รินรดาเอื้อมมือไปรับจี้สร้อยนั้น สัมผัสเย็นเฉียบจากโลหะทำให้เธอขนลุกชัน ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสโดนมือของเขา ภาพเหตุการณ์ประหลาดก็แล่นเข้ามาในหัวของเธอ ราวกับว่าพวกเขาเคยพบกันในอดีตชาติที่ไกลแสนไกล ความรู้สึกผูกพันที่อธิบายไม่ได้พุ่งเข้าจู่โจมจนหญิงสาวแทบยืนไม่อยู่
"คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนรู้จักคุณมานานแสนนาน" รินรดาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาของเธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเขาที่ตอนนี้เริ่มมีประกายแสงจันทร์ทอแสงวูบวาบ ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามนั้นทันที แต่เขากลับวางมือลงบนแผ่นหลังของเธอเบาๆ เพื่อประคองไม่ให้เธอทรุดลงไปกับพื้น
"ผมคือพันธะที่ยังไม่ได้ถูกปลดปล่อย และคุณคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมยังคงยึดติดอยู่กับโลกใบนี้" เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ที่ข้างใบหูของหญิงสาว ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาทำให้ความหวาดกลัวในตอนแรกมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความโหยหาที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
เหตุการณ์ทุกอย่างดูเหมือนหยุดหมุนเมื่อเขาประทับจูบลงบนหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา แสงจันทร์ที่เคยสว่างนวลตาเริ่มทวีความเข้มข้นขึ้นจนกลายเป็นสีเงินยวง รินรดารู้สึกได้ถึงพลังงานประหลาดที่ถ่ายทอดผ่านสัมผัสของเขา ร่างกายของเธอกลายเป็นหนึ่งเดียวกับจังหวะดนตรีที่ยังคงบรรเลงอยู่โดยไร้ผู้เล่นราวกับมีเวทมนตร์คอยควบคุม
เมื่อเขาถอนจูบออก รินรดาพบว่าตัวเองยังคงนั่งอยู่หน้าเปียโนเพียงลำพัง แสงจันทร์ยังคงส่องสว่างผ่านหน้าต่างบานเดิม ทว่าชายหนุ่มคนนั้นได้หายไปแล้ว เหลือเพียงจี้สร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยวที่วางอยู่บนคีย์เปียโนแทนที่ตัวเขา เธอหยิบสร้อยนั้นขึ้นมาแนบไว้ที่อก หัวใจของเธอเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคงกว่าครั้งไหนๆ ราวกับคำสัญญานิรันดร์ได้ถูกบันทึกไว้ในคืนนี้ตลอดไป
สายลมยามค่ำคืนพัดพาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีเข้ามาในห้อง รินรดาหลับตาลงพร้อมกับยิ้มบางๆ ให้กับความว่างเปล่าเบื้องหน้า เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การจากลา แต่เป็นการเริ่มต้นของพันธะที่ไม่มีวันขาดสะบั้น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แสงจันทร์จะยังคงทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเขาที่คอยเฝ้ามองเธอเสมอไป
ราชันย์แห่งคืนวัน
รสชาติของความทรงจำที่ตกหล่น
ความรักของเราสองคนกลางสายฝน
เงาเวทมนตร์ในร้านกาแฟข้ามเวลา
มนตราแห่งเถ้าถ่านและดอกไม้
จังหวะหัวใจในคืนฝนพรำ
ความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น