นิยายรัก อบอุ่นหัวใจ แฟนตาซี ดราม่า สืบสวนสอบสวน สยองขวัญ วิทยาศาสตร์ ผจญภัย แอ็กชัน ย้อนยุค จีนโบราณ เหนือธรรมชาติ
พิกัดที่ไร้เงาบนดวงจันทร์สีชาด
สยองขวัญ 🕐 ปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-06

พิกัดที่ไร้เงาบนดวงจันทร์สีชาด

โดย แอดมิน
ภาษา: ไทย 12+

0.0
0 การให้คะแนน · 0 ความคิดเห็น
2 views
0 ความเห็น
แชร์:
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้

คะแนนดาวมาจากสมาชิกที่กดให้คะแนนจริง ไม่รวมยอดอ่านหรือการติดตาม

เข้าสู่ระบบเพื่อให้คะแนน
เรื่องราวของช่างซ่อมบำรุงหุ่นยนต์สำรวจเหมืองบนดาวเคราะห์ห่างไกลที่ต้องเผชิญกับสัญญาณปริศนาจากใต้ผืนดินแข็ง การตัดสินใจของเขาจะเปลี่ยนชะตากรรมของอาณานิคมที่กำลังจะล่มสลาย

ประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบปลาบออกมาจากแผงวงจรหลักของหุ่นยนต์ขุดเจาะรุ่นเก่า ขณะที่ 'อคิน' พยายามใช้คีมปากจิ้งจกคีบสายไฟเส้นเล็กจิ๋วที่ขาดสะบั้นเข้าที่เดิม กลิ่นโอโซนและน้ำมันเครื่องสังเคราะห์อบอวลอยู่ในห้องปฏิบัติการแคบๆ ที่มีเพียงแสงไฟกะพริบจากหลอดนีออนสลัวๆ เหนือศีรษะ เหงื่อเม็ดโตไหลซึมผ่านไรผมของเขาลงมาหยุดที่คิ้วหนา ก่อนที่เขาจะปาดมันทิ้งด้วยหลังมือที่เปื้อนคราบจาระบีเขม่าดำ

แรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากพื้นห้องทำให้เครื่องมือในถาดเหล็กสั่นไหว อคินชะงักมือพลางหันไปมองหน้าต่างกระจกนิรภัยที่เผยให้เห็นพื้นผิวดาวเคราะห์สีเทาหม่นภายนอก ดวงจันทร์สีชาดดวงใหญ่กำลังลอยเด่นอยู่เหนือขอบฟ้า จำลองบรรยากาศที่ดูเหมือนเลือดนกกำลังอาบไล้ไปทั่วทุกตารางนิ้วของอาณานิคมเหมืองแร่ที่หลับใหล เขาถอนหายใจยาวพลางขยับเครื่องมืออีกครั้งด้วยความอดทนที่เหลืออยู่ไม่มากนัก

สัญญาณเตือนภัยระดับต่ำดังแว่วมาจากคอนโซลด้านหลัง เสียงแหลมสูงนั้นสม่ำเสมอจนน่ารำคาญใจ อคินละมือจากหุ่นยนต์แล้วเดินไปที่หน้าจอสัมผัสที่รอยร้าวเป็นทางยาว นิ้วเรียวยาวของเขากดรหัสผ่านรัวเร็วเพื่อเปิดดูข้อมูลจากเซ็นเซอร์ตรวจวัดใต้ดินที่อยู่ห่างออกไปห้ากิโลเมตร ค่าสถานะที่ควรจะเป็นสีเขียวกลับกลายเป็นสีแดงจัดสลับกับการกะพริบที่ผิดปกติอย่างรุนแรง

“ให้ตายเถอะ นายไม่ควรจะตื่นขึ้นมาตอนนี้” อคินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าจากการไม่ได้พูดคุยกับใครมานานหลายวัน ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่คลื่นความถี่ที่ถูกบันทึกได้ มันไม่ใช่เสียงของแผ่นดินไหวตามธรรมชาติ แต่มันคือจังหวะที่ซับซ้อนเหมือนกับรหัสมอร์สที่ถูกส่งออกมาจากความลึกที่ห่างไกลกว่าที่เครื่องมือใดๆ ในอาณานิคมนี้จะตรวจจับได้ เขารู้ดีว่าหากไม่รีบแก้ไขหรือปิดการทำงานของเซ็นเซอร์นี้ ระบบระบายอากาศของเมืองจะพังทลายลงในไม่ช้า

เขาคว้าแจ็กเก็ตกันหนาวที่มีคราบฝุ่นเกาะหนาขึ้นมาสวม ก่อนจะหยิบปืนยิงสลักและกระเป๋าเครื่องมือสะพายหลังเตรียมออกไปเผชิญกับพายุฝุ่นที่กำลังเริ่มก่อตัวภายนอก ความมืดมิดในอาคารเริ่มหดหายไปเมื่อเขาเปิดประตูนิรภัยออก ลมแรงพัดกระโชกเข้ามาปะทะใบหน้าจนเขารู้สึกแสบผิว ทว่าสายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ดวงจันทร์ดวงนั้น ราวกับว่ามันกำลังเรียกหาเขาให้ไปไขปริศนาที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกดาวที่เย็นเยียบ

การก้าวเดินบนพื้นผิวที่ขรุขระไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับอคินที่คุ้นชินกับการอยู่ในอาคารควบคุม เขาต้องอาศัยแรงดึงดูดเทียมที่ปรับตั้งค่าไว้ไม่ค่อยจะเสถียรนักในการประคองตัว รองเท้าบูทหนาหนักกระแทกกับหินกรวดเสียงดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันของดาวเคราะห์ดวงนี้ ทุกก้าวที่เดินไปข้างหน้า เขารู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาจากความมืดหลังหินผาที่สูงตระหง่านอยู่รอบด้าน

“อคิน นายได้ยินฉันไหม” เสียงของ 'รินดา' ผู้ดูแลระบบสื่อสารของอาณานิคมดังเข้ามาในหูฟังที่เขาสวมอยู่ แม้เสียงจะขาดหายเป็นพักๆ แต่ความร้อนรนในน้ำเสียงของเธอก็ทำให้อคินต้องหยุดชะงัก เขาแตะที่ข้างหูเพื่อตอบรับ “ฉันได้ยินแล้วรินดา ระบบกำลังจะถึงจุดวิกฤต ฉันกำลังไปถึงเซ็นเซอร์ตัวนั้น แต่ที่นี่มันมีอะไรแปลกๆ เหมือนจะมีอะไรบางอย่างขัดขวางสัญญาณอยู่”

รินดาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงที่เบาลง “พวกเราตรวจพบการเคลื่อนไหวใต้พื้นดินในบริเวณนั้น อคิน ฉันไม่อยากให้เธอไปต่อ แต่นั่นเป็นแหล่งพลังงานเดียวที่เราเหลืออยู่ถ้าโรงไฟฟ้าหลักพังลง” อคินแค่นยิ้มขมขื่น เขาเข้าใจดีว่ารินดากำลังพยายามปกป้องเขา แต่ในสถานการณ์ที่ความตายแขวนอยู่บนเส้นด้ายของค่าพลังงานที่ลดลงเรื่อยๆ เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินหน้าต่อไป

ความสัมพันธ์ระหว่างอคินและรินดาไม่ได้เป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมงาน พวกเขาคือผู้รอดชีวิตกลุ่มสุดท้ายที่ยังมีความหวังจะกอบกู้สถานีวิจัยแห่งนี้ อคินมักจะซ่อมแซมสิ่งของต่างๆ ให้รินดาด้วยความเต็มใจเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องทำกาแฟที่เสียบ่อยหรือหุ่นยนต์ทำความสะอาดจิ๋วที่ชอบหลงทาง ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าความผูกพันนี้เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขายังคงมีความเป็นมนุษย์ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยโลหะและหินตายซาก

“ฉันจะกลับมาทันมื้อเย็นที่เธอเตรียมไว้ให้” อคินกล่าวทิ้งท้ายด้วยความพยายามที่จะทำให้สถานการณ์ดูผ่อนคลาย แม้ในใจเขารู้ดีว่ามื้อเย็นอาจจะเป็นเพียงอาหารสังเคราะห์รสชาติจืดชืดที่พวกเขาแบ่งกันกินในห้องโถงที่เงียบสงัด เขาเดินผ่านช่องแคบระหว่างหินผาสองฝั่งที่ดูเหมือนฟันของอสูรกาย ก่อนจะเห็นเสาสัญญาณที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มันกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงท่ามกลางพายุฝุ่นที่เริ่มรุนแรงขึ้น

เขารีบวิ่งเข้าไปใกล้เสาสัญญาณ มือของเขาคว้าคีมและไขควงคู่ใจออกมาเตรียมพร้อม แต่ทันทีที่มือสัมผัสกับพื้นผิวโลหะของเสา เขาก็รู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านร่างกายอย่างรุนแรง มันไม่ใช่ไฟฟ้าจากเครื่องจักร แต่มันคือพลังงานที่มีความร้อนแฝงอยู่ราวกับมันมีชีวิต อคินกัดฟันแน่น พยายามดึงมือออกแต่กลับพบว่าถุงมือของเขาติดหนึบอยู่กับพื้นผิวเหล็กนั้น ราวกับว่าตัวเครื่องกำลังดูดซับพลังงานจากตัวเขาไป

“รินดา! เกิดอะไรขึ้นกับระบบนี้!” อคินตะโกนผ่านเครื่องสื่อสาร แต่เสียงที่ตอบกลับมามีเพียงเสียงซ่าที่ดังก้องไปทั่วหัวของเขา มันไม่ใช่เสียงสัญญาณรบกวน แต่มันคือเสียงกระซิบที่ฟังดูคล้ายภาษาที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ทว่ากลับสัมผัสได้ถึงความโหยหาและความเจ็บปวดที่ฝังลึกอยู่ภายในใจของเขาราวกับเป็นความทรงจำของเขาเอง

เขาพยายามใช้ปืนยิงสลักกระแทกไปที่ข้อต่อของเสาเพื่อให้มันหยุดการทำงาน ความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าดูเหมือนจะไร้ผล จนกระทั่งเขาตัดสินใจดึงแผงวงจรหลักออกด้วยมือเปล่า ทันใดนั้นกระแสลมรอบๆ ตัวเขาก็หยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบถูกแช่แข็ง ดวงจันทร์สีชาดที่อยู่บนฟ้าดูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นจนปกคลุมท้องฟ้าทั้งหมด แสงสีแดงฉานอาบไล้ร่างของเขาจนดูเหมือนว่าเขากำลังถูกดูดกลืนเข้าไปในมิตินั้น

รินดาที่เฝ้าหน้าจออยู่ในฐานเห็นภาพจากกล้องติดหมวกของอคินที่สั่นไหวอย่างรุนแรง เธอเห็นเพียงเงาสีดำขนาดมหึมาที่โผล่ขึ้นมาจากใต้ดินเบื้องหลังอคิน สิ่งนั้นไม่ใช่เครื่องจักร แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างเลือนรางราวกับหมอกควันสีดำที่คอยคุกคามอาณานิคมนี้มานับพันปี เธอตะโกนเรียกชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สัญญาณสื่อสารกลับถูกตัดขาดอย่างสมบูรณ์

อคินหันกลับไปมองสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง ความกลัวพุ่งพล่านไปทั่วร่างเมื่อเขาเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า มันไม่ใช่เครื่องจักรที่เขาเคยซ่อม แต่มันคือตัวตนที่แท้จริงของดวงดาวนี้ สิ่งมีชีวิตที่สูญเสียพลังงานและกำลังรอคอยใครสักคนมาเป็นตัวนำทางให้มันตื่นขึ้นอีกครั้ง พลังงานที่เขาสัมผัสได้ก่อนหน้านี้ไม่ใช่การขัดข้อง แต่เป็นการสื่อสารที่เขาสามารถเข้าใจได้ในชั่วพริบตาว่านี่คือจุดจบของอาณานิคมที่ไม่มีใครรอดพ้น

ในเสี้ยววินาทีนั้น อคินตัดสินใจทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสัญชาตญาณเอาตัวรอด เขาปล่อยเครื่องมือในมือทิ้งและวางฝ่ามือลงบนพื้นผิวดาวเคราะห์ที่สั่นสะเทือน เขาไม่ได้พยายามซ่อมแซมเสาสัญญาณอีกต่อไป แต่เขากำลังถ่ายโอนพลังงานชีวิตของตัวเองเข้าไปยังแกนกลางของดาวเคราะห์ดวงนี้ผ่านทางเสานั้น เขาต้องการให้มันสงบลง แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของเขาก็ตาม

ความอบอุ่นไหลออกจากร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขามองเห็นภาพเหตุการณ์ในอดีตของดวงดาวนี้ที่เคยรุ่งเรืองด้วยอารยธรรมที่ไร้เทคโนโลยี แต่อยู่ด้วยความสมดุลของธรรมชาติ อคินเข้าใจแล้วว่าอาณานิคมที่พวกเขาตั้งขึ้นมาคือสิ่งแปลกปลอมที่ดูดกลืนพลังชีวิตของดวงดาวจนมันต้องลุกขึ้นมาโต้ตอบ เขาคือฟันเฟืองที่ผิดพลาดในเครื่องจักรที่ไร้หัวใจ

แสงสว่างสีทองสว่างจ้าขึ้นจากจุดที่เขายืนอยู่ พลังงานมหาศาลระเบิดออกก่อนจะแผ่กระจายไปทั่วทั้งอาณานิคม รินดาที่มองผ่านหน้าจอเห็นภาพทุกอย่างสว่างวาบก่อนที่หน้าจอจะดับมืดลงไปพร้อมกับระบบไฟฟ้าทั้งหมดของฐาน เธอทรุดตัวลงกับพื้นน้ำตาไหลอาบแก้มเมื่อรู้ว่าสิ่งที่อคินทำนั้นคือการเสียสละครั้งสุดท้ายเพื่อหยุดยั้งหายนะที่จะเกิดขึ้นกับทุกคน

ความเงียบกลับมาเยือนอาณานิคมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่ากลัว แต่มันคือความสงบที่แท้จริง พายุฝุ่นภายนอกสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นท้องฟ้าที่ดวงจันทร์สีชาดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อนๆ ราวกับความหวังที่กำลังก่อตัวขึ้นใหม่จากความว่างเปล่าที่เหลือทิ้งไว้

รินดาเดินออกมานอกฐานด้วยความกล้าหาญที่ได้รับมาจากความเสียสละของอคิน บนผืนดินที่เคยแห้งแล้งและเย็นเยียบ เธอเห็นต้นไม้เล็กๆ สีเขียวมรกตงอกออกมาจากรอยแตกของพื้นดินตรงจุดที่อคินเคยยืนอยู่ มันเป็นสัญญาณว่าดวงดาวเริ่มเยียวยาตัวเอง และความตายของเขาก็ไม่ใช่การจากไปที่ไร้ความหมาย

เธอหยิบสร้อยคอรูปเฟืองเล็กๆ ที่อคินเคยทำไว้ให้ขึ้นมาแนบอก พร้อมกับมองดูดวงอาทิตย์ดวงใหม่ที่กำลังโผล่พ้นขอบฟ้า ท่ามกลางความโดดเดี่ยวที่เหลืออยู่ รินดารู้ดีว่าอคินไม่ได้จากไปไหน แต่เขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของดวงดาวนี้ไปตลอดกาล เฝ้ามองและปกป้องเธอจากการสูญสิ้นที่อาจจะหวนกลับมา

ลมพัดผ่านเบาๆ พาเอากลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ที่ไม่เคยมีมาก่อนในดาวดวงนี้ลอยมาแตะจมูก รินดายิ้มออกมาทั้งน้ำตาขณะที่เธอก้าวเดินไปบนพื้นดินที่เริ่มเปี่ยมไปด้วยชีวิตใหม่ โดยมีเงาของเธอทอดยาวเคียงข้างไปกับเงาที่มองไม่เห็นของอคินที่ยังคงอยู่เคียงข้างเธอเสมอมา

ความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น