นิยายรัก อบอุ่นหัวใจ แฟนตาซี ดราม่า สืบสวนสอบสวน สยองขวัญ วิทยาศาสตร์ ผจญภัย แอ็กชัน ย้อนยุค จีนโบราณ เหนือธรรมชาติ
พินัยกรรมบนแผ่นเสียงที่บิดเบี้ยว
สยองขวัญ 🕐 ปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-16

พินัยกรรมบนแผ่นเสียงที่บิดเบี้ยว

โดย ใบข้าว ใบนา
ภาษา: ไทย 12+

0.0
0 การให้คะแนน · 0 ความคิดเห็น
1 views
0 ความเห็น
แชร์:
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้

คะแนนดาวมาจากสมาชิกที่กดให้คะแนนจริง ไม่รวมยอดอ่านหรือการติดตาม

เข้าสู่ระบบเพื่อให้คะแนน
เรื่องราวของนักซ่อมแผ่นเสียงโบราณที่ต้องเผชิญกับความลับที่ถูกฝังอยู่ในร่องเสียงที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน เมื่อเขารับงานซ่อมมรดกชิ้นสุดท้ายของตระกูลขุนนางเก่าที่กำลังล่มสลาย

เข็มเพชรปลายแหลมกรีดลงบนร่องไวนิลสีดำสนิท เสียงซ่าของฝุ่นผงที่เกาะกินมานานหลายทศวรรษดังกังวานขึ้นในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันจักรและกระดาษเก่า ภาคินขมวดคิ้วแน่นขณะพยายามปรับจูนหัวเข็มให้ตรงกับร่องเสียงที่บิดเบี้ยวจากการถูกเก็บไว้ในที่ร้อนจัดจนแผ่นเสียรูปทรง มือของเขาที่สั่นเล็กน้อยไม่ได้เกิดจากความชรา แต่เกิดจากความวิตกกังวลที่พุ่งพล่านเมื่อเข็มเริ่มแตะต้องจังหวะดนตรีที่ผิดเพี้ยนไปจากโน้ตดนตรีทั่วไป

"ทำไมเสียงมันถึงดูเหมือนคนร้องไห้มากกว่าจะเล่นเปียโนกันนะ" ภาคินพึมพำกับตัวเอง พลางหยิบแว่นขยายขึ้นมาส่องดูผิวหน้าของแผ่นเสียงอย่างละเอียด ทุกครั้งที่เสียงแหลมสูงพุ่งขึ้นมา มันดูเหมือนเสียงกรีดร้องที่ถูกบีบอัดอยู่ภายใต้ชั้นพลาสติกหนา เขาเป็นนักอนุรักษ์แผ่นเสียงโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุดในย่านนี้ แต่เขาก็ไม่เคยเจอแผ่นไหนที่ดูมีชีวิตและน่าสะพรึงกลัวเท่ากับแผ่นเสียงที่ได้รับมาจากคฤหาสน์ของตระกูลวรโชติเมธี

แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบเศษฝุ่นที่เต้นระบำอยู่ในอากาศ ห้องนี้ดูเหมือนจะแคบลงทุกทีเมื่อเสียงดนตรีที่บิดเบี้ยวเริ่มเปลี่ยนท่วงทำนองไปสู่จังหวะที่ซ้ำซากและชวนให้ประสาทหลอน ภาคินพยายามหยุดเครื่องเล่น แต่คันโยกกลับติดขัดราวกับมีแรงแม่เหล็กบางอย่างดึงรั้งมันไว้ เขาเริ่มเหงื่อซึมตามไรผมขณะที่เสียงเปียโนนั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์

ประตูห้องทำงานถูกเคาะเบาๆ สามครั้ง ก่อนที่ร่างของหญิงสาวในชุดดำจะปรากฏตัวขึ้นที่กรอบประตู เธอคือทิพาวรรณ ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลวรโชติเมธี ผู้ที่นำแผ่นเสียงปริศนานี้มาให้เขาซ่อมเมื่อสัปดาห์ก่อน ดวงตาของเธอว่างเปล่าราวกับคนไม่มีวิญญาณ และเธอก็ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมจนภาคินต้องเป็นฝ่ายทักทายขึ้นมาก่อนด้วยความอึดอัด

"ผมคิดว่าแผ่นนี้ไม่ได้ถูกบันทึกมาเพื่อฟังเพื่อความบันเทิงหรอกครับคุณทิพาวรรณ" ภาคินพูดพร้อมกับละมือออกจากเครื่องเล่นที่ยังคงหมุนวนอยู่ด้วยตัวเอง เขารู้สึกได้ถึงความกดอากาศที่เปลี่ยนไปภายในห้อง การปรากฏตัวของเธอในยามวิกาลเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน เขาสัมผัสได้ว่าแผ่นเสียงแผ่นนี้คือจุดเชื่อมต่อของอะไรบางอย่างที่น่ากลัวเกินกว่าที่เขาจะจัดการได้เพียงลำพัง

"คุณพ่อบอกไว้ก่อนตายว่า ถ้าเสียงนี้จบลงเมื่อไหร่ ความลับของตระกูลเราจะถูกเปิดเผย" ทิพาวรรณกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก เธอเดินเข้ามาใกล้เครื่องเล่นและจ้องมองแผ่นเสียงที่กำลังหมุนด้วยความเร็วที่ผิดปกติ ภาคินถอยกรูดไปพิงผนังห้อง ความรู้สึกที่ว่าเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพังในห้องนี้เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเงาบนผนังดูเหมือนจะขยับตัวตามจังหวะเพลง ทั้งที่ไม่มีใครยืนอยู่ในมุมนั้นเลย

ภาคินพยายามควบคุมสติและหยิบไขควงขนาดเล็กขึ้นมาเตรียมจะงัดแผ่นเสียงออกด้วยแรง แต่ทิพาวรรณกลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น แรงบีบของเธอนั้นมหาศาลเกินกว่าจะเป็นหญิงสาวที่ดูบอบบางเช่นนี้ "อย่าหยุดมันนะภาคิน ถ้าเข็มยกขึ้นก่อนที่เพลงจะจบ วิญญาณที่ถูกจองจำในร่องนี้จะย้ายที่อยู่ และฉันไม่อยากให้มันมาสิงสู่ในตัวคุณหรอก"

"คุณกำลังพูดเรื่องอะไรกันแน่ นี่มันก็แค่แผ่นเสียงเก่าๆ ที่บันทึกเสียงผิดพลาด" ภาคินพยายามเถียง แต่คำพูดของเขาก็กลืนหายไปในลำคอเมื่อเห็นว่าเข็มเล่นแผ่นเสียงเริ่มเปลี่ยนสีจากเงินเป็นสีนิลเข้มข้น มันเริ่มปล่อยไอความเย็นออกมาจนน้ำแข็งเกาะที่ขอบเครื่องเล่น เสียงดนตรีเปลี่ยนเป็นเสียงโหยหวนของลมในสุสานที่ดูเหมือนจะดึงดูดความทรงจำเลวร้ายในอดีตของเขาให้ย้อนกลับมา

เขาเคยสูญเสียคนรักไปในอุบัติเหตุที่อธิบายไม่ได้ และเสียงดนตรีที่กำลังดังอยู่นี้คือเสียงเดียวกันกับที่เขาได้ยินในวันนั้น เสียงเปียโนที่บิดเบี้ยวและจังหวะที่ตะกุกตะกักเหมือนหัวใจที่หยุดเต้น ภาคินเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมทิพาวรรณถึงเลือกเขา เพราะเขาไม่ใช่แค่นักซ่อมแผ่นเสียง แต่เขาคือคนที่เคยได้ยิน "เสียงสุดท้าย" ของโลกใบนี้มาก่อน

ทิพาวรรณปล่อยมือจากข้อมือเขาแล้วเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้าที่มืดสนิท เธอเริ่มเล่าเรื่องราวของตระกูลวรโชติเมธีที่เกี่ยวข้องกับการทำพิธีกรรมโบราณเพื่อกักขังเวลาไว้ในวัตถุ แผ่นเสียงไม่ได้ทำจากพลาสติกทั่วไป แต่มันทำจากวัสดุที่หลอมรวมจากเถ้ากระดูกของผู้ที่ถูกบูชายัญ เพื่อที่จะบันทึกเสียงสะอื้นสุดท้ายก่อนสิ้นใจเอาไว้ให้เป็นนิรันดร์

ภาคินเริ่มหยิบอุปกรณ์ซ่อมแผ่นเสียงชิ้นสุดท้ายของเขาออกมา นั่นคือสารเคมีพิเศษที่เขาเคยใช้ทดลองในการลบเสียงรบกวน เขาตั้งใจจะทำลายแผ่นเสียงนี้ทิ้งเสีย ไม่ว่าคำสาปจะเป็นอย่างไร เขาก็ไม่ยอมให้มันกัดกินชีวิตของเขาไปมากกว่านี้ ความกลัวเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น เขาไม่อยากเป็นเพียงเครื่องมือของหญิงสาวแปลกหน้าคนนี้อีกต่อไปแล้ว

"ถ้ามันถูกจองจำไว้ ก็ให้มันตายไปพร้อมกับความลับพวกนี้เถอะ" ภาคินตะโกนใส่ทิพาวรรณขณะที่เขาเทสารเคมีลงบนแผ่นเสียงที่กำลังหมุน เสียงกรีดร้องที่ออกมาจากลำโพงดังขึ้นจนแก้วในห้องทำงานแตกกระจาย ทิพาวรรณกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เธอทรุดตัวลงกับพื้นขณะที่เงาดำที่เคยอยู่บนผนังค่อยๆ สลายตัวไปพร้อมกับแผ่นเสียงที่ละลายกลายเป็นคราบสีดำ

เมื่อทุกอย่างสงบลง ห้องทำงานกลับสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง ภาคินหายใจหอบถี่ขณะมองดูเศษซากของแผ่นเสียงที่กองอยู่บนจานหมุน ทิพาวรรณหายไปแล้ว เหลือเพียงกลิ่นไหม้ของสารเคมีและเถ้าถ่านที่หลงเหลืออยู่บนพื้นไม้ เขาเดินไปที่เครื่องเล่นและพบว่าหัวเข็มเพชรนั้นหักสะบั้นไปแล้ว ราวกับมันเพิ่งทำหน้าที่สุดท้ายของมันเสร็จสิ้นลง

เช้าวันรุ่งขึ้นภาคินพยายามออกตามหาทิพาวรรณที่คฤหาสน์วรโชติเมธี แต่สิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงบ้านร้างที่ถูกปิดตายมานานหลายปี บนกำแพงบ้านมีรูปถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนทิพาวรรณราวกับแกะ แต่ใต้รูปนั้นเขียนวันที่เสียชีวิตไว้ตั้งแต่เมื่อห้าสิบปีก่อน เขาเริ่มตระหนักได้ว่าเขาไม่ได้ซ่อมแผ่นเสียงให้คนเป็น แต่เขาได้ปลดปล่อยบางอย่างที่ควรจะหลับใหลไปตลอดกาลให้กลับคืนสู่ความว่างเปล่า

เขากลับมาที่ร้านด้วยความรู้สึกว่างเปล่า บนโต๊ะทำงานยังมีเศษแผ่นเสียงที่ละลายอยู่ ภาคินหยิบเศษชิ้นส่วนขึ้นมาดูและพบว่ามีรอยจารึกเป็นชื่อของเขาอยู่ด้านใน มันเป็นพินัยกรรมที่ไม่มีใครเคยอ่านและไม่มีใครเคยรู้ ความลับของตระกูลวรโชติเมธีไม่ได้ถูกลบเลือนไปไหน แต่มันถูกถ่ายโอนมาสู่ผู้ที่ทำลายมัน และนับจากวันนั้นเป็นต้นมา ภาคินก็ไม่เคยได้ยินเสียงดนตรีจากแผ่นเสียงแผ่นไหนได้ชัดเจนอีกเลย เพราะทุกครั้งที่เขาเปิดเพลง เขามักจะได้ยินเสียงสะอื้นของหญิงสาวในชุดดำแทรกซึมเข้ามาเสมอ

ความโดดเดี่ยวกลายเป็นเพื่อนสนิทของเขา ภาคินปิดร้านและเลิกรับงานซ่อมทุกชนิด เขาใช้เวลาที่เหลือไปกับการพยายามจดจำทุกโน้ตของเสียงที่เขาเคยทำลายทิ้งไป แต่มันกลับเลือนลางราวกับควันไฟในสายลม สิ่งที่เขาเหลือไว้เพียงอย่างเดียวคือความรู้สึกผิดที่ไม่อาจแก้ไขได้ และความเงียบงันที่ค่อยๆ กัดกินหัวใจของเขาให้กลายเป็นเหมือนแผ่นเสียงที่บิดเบี้ยวและไม่มีวันเล่นเพลงที่ไพเราะได้อีกต่อไป

เขาเริ่มสังเกตเห็นรอยร้าวบนผนังห้องทำงานที่ค่อยๆ ขยายตัวออกเป็นรูปทรงของแผ่นเสียงที่เขาสัมผัสเมื่อคืนนั้น มันไม่ใช่รอยร้าวธรรมดา แต่มันคือช่องว่างระหว่างความเป็นจริงและอดีตที่ค่อยๆ เปิดออก เสียงดนตรีที่บิดเบี้ยวเริ่มแว่วออกมาจากรอยร้าวนั้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้มาจากเครื่องเล่น มันมาจากตัวของเขาเอง ภาคินก้มมองมือของตัวเองที่เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีนิลเข้มข้นเหมือนกับแผ่นเสียงที่เขาเพิ่งทำลายไป

เขาเข้าใจแล้วว่าเขาไม่ได้ทำลายคำสาป แต่เขาคือภาชนะใบใหม่ที่ถูกเลือกเพื่อเป็นบันทึกบทต่อไปของเพลงที่ไม่มีวันจบสิ้น ภาคินนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม หลับตาลงและปล่อยให้เสียงกระซิบจากอดีตไหลผ่านร่างกายของเขาไป ราวกับว่าตัวเขาเองได้กลายเป็นแผ่นเสียงที่มีชีวิต ที่กำลังรอคอยใครสักคนมาหมุนเข็มเพื่อเริ่มต้นบทเพลงแห่งความทรงจำที่เจ็บปวดนี้อีกครั้ง

ความมืดมิดในห้องทำงานลึกขึ้นทุกขณะ เสียงเปียโนที่เริ่มบรรเลงออกมาจากความว่างเปล่าดูจะเศร้าสร้อยและงดงามมากกว่าครั้งไหนๆ ภาคินไม่ได้ต่อต้านอีกต่อไป เขาเพียงแต่นั่งนิ่งๆ ราวกับรูปปั้นที่รอวันผุพัง ในขณะที่เสียงเพลงค่อยๆ ดังขึ้นจนกลบเสียงลมหายใจของเขาไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงจังหวะดนตรีที่สั่นสะเทือนอยู่ในห้องที่ไร้ผู้คนและกาลเวลาที่หยุดนิ่งลงตลอดกาล

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาในร้านที่เงียบสงัด ฝุ่นละอองเต้นระบำอยู่ในอากาศเหนือโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยของภาคิน ไม่มีเศษซากของแผ่นเสียง และไม่มีใครในเมืองนี้ที่จำได้ว่าเคยมีชายคนหนึ่งที่ชื่อภาคินอาศัยอยู่ที่นี่ สิ่งเดียวที่เหลืออยู่บนโต๊ะคือหัวเข็มเพชรที่ยังคงวางนิ่งอยู่บนแผ่นไม้ ราวกับรอคอยการกลับมาของใครบางคนที่ยังคงติดค้างอยู่ในร่องเสียงที่ไม่มีใครมองเห็น

บนพื้นไม้ใกล้กับหน้าต่าง มีรอยขีดข่วนจางๆ ที่ดูเหมือนโน้ตดนตรีที่ยังเขียนไม่เสร็จ หากใครลองก้มลงฟังใกล้ๆ พื้นไม้ในยามดึกสงัด จะได้ยินเสียงเปียโนที่บิดเบี้ยวแว่วดังออกมาเบาๆ ราวกับเสียงเตือนจากก้นบึ้งของพินัยกรรมที่ไม่มีวันถูกเปิดเผย ความลับที่ถูกฝังลึกอยู่ในเนื้อไม้จะคงอยู่ต่อไป ตราบเท่าที่เข็มเพชรยังคงวางอยู่ตรงนั้น รอคอยจังหวะที่หัวใจของใครบางคนจะเต้นเป็นจังหวะเดียวกันกับเพลงที่ถูกสาปแช่ง

ความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น