นิยายรัก อบอุ่นหัวใจ แฟนตาซี ดราม่า สืบสวนสอบสวน สยองขวัญ วิทยาศาสตร์ ผจญภัย แอ็กชัน ย้อนยุค จีนโบราณ เหนือธรรมชาติ
รอยแยกแห่งหยาดน้ำค้างบนแผงวงจรความทรงจำ
แฟนตาซี 🕐 ปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-25

รอยแยกแห่งหยาดน้ำค้างบนแผงวงจรความทรงจำ

โดย ไอ่เด็กน้อย ไอ้เด็กอ้วน ไอ้ตัวเล็ก
ภาษา: ไทย 12+

0.0
0 การให้คะแนน · 0 ความคิดเห็น
1 views
0 ความเห็น
แชร์:
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้

คะแนนดาวมาจากสมาชิกที่กดให้คะแนนจริง ไม่รวมยอดอ่านหรือการติดตาม

เข้าสู่ระบบเพื่อให้คะแนน
เรื่องราวของช่างซ่อมแซมความทรงจำในโลกอนาคตที่ต้องเผชิญกับความลับของลูกค้าที่ฝังอยู่ในชิปหน่วยความจำที่เสียหาย และการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนโชคชะตาของเขาไปตลอดกาล

แสงไฟสีนีออนสลัวจากป้ายโฆษณาภายนอกหน้าต่างห้องทำงานสาดส่องเข้ามา กระทบกับหยาดน้ำค้างที่เกาะอยู่บนฝาครอบโลหะของแผงวงจรประหลาดที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของ 'ธันวา' เขากำลังใช้คีมขนาดจิ๋วคีบเส้นใยใยแก้วนำแสงที่ขาดสะบั้นเชื่อมต่อเข้ากับพอร์ตสื่อสารของเครื่องอ่านความทรงจำ เสียงครางหึ่งๆ ของกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านในระดับต่ำทำให้เขารู้สึกถึงความสั่นสะเทือนที่ปลายนิ้ว

ธันวาขมวดคิ้วเมื่อเห็นรอยไหม้ที่ขอบของเมมโมรี่คอร์ มันไม่ใช่ความเสียหายที่เกิดจากการใช้งานทั่วไป แต่มันเหมือนถูกกระชากออกอย่างรุนแรงจากระบบหลักโดยที่เจ้าของไม่ได้อนุญาต เขากลั้นหายใจในจังหวะที่หัวอ่านสัมผัสกับพื้นผิวที่ขรุขระ กลิ่นโอโซนจางๆ ฟุ้งกระจายในอากาศเล็กน้อยราวกับจะเตือนภัยถึงข้อมูลที่กำลังจะไหลทะลักออกมา

ภาพฉายโฮโลแกรมเริ่มกระตุกและบิดเบี้ยวบนผนังห้องที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นละออง มันเผยให้เห็นใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แต่แววตาของเธอในภาพนั้นกลับดูหวาดกลัวจนน่าขนลุก ธันวาถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว มือของเขายังคงถือเครื่องมือค้างไว้ ขณะที่ความเงียบงันภายในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงกระซิบที่แทรกมากับคลื่นวิทยุรบกวน

เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับงานประเภทนี้ แต่ความทรงจำระดับนี้มักจะถูกทำลายทิ้งไปนานแล้วก่อนที่จะมาถึงมือเขาได้ ธันวาหันไปคว้าแก้วกาแฟเย็นชืดที่วางอยู่ใกล้ๆ จิบมันเพียงเพื่อเรียกสติให้กลับมาจดจ่ออยู่กับงานที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง เขาต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการกู้คืนข้อมูลส่วนที่เหลือ หรือจะลบทิ้งเสียก่อนที่ตัวเขาเองจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความลับนี้

เสียงเคาะประตูที่รัวและหนักแน่นดังขึ้นจากด้านนอก ทำให้เขาต้องรีบคว้าผ้าคลุมสีดำมาปิดทับอุปกรณ์บนโต๊ะอย่างรวดเร็ว ธันวาเดินไปที่ประตูด้วยฝีเท้าที่เงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบได้ยินเสียงสะท้อนในหู นี่ไม่ใช่เวลาที่ลูกค้าจะมาถึงและเขาไม่ได้นัดหมายใครเอาไว้ด้วยซ้ำ

เขากดปุ่มปลดล็อกเบาๆ และแง้มประตูออกเพียงเล็กน้อย แสงไฟจากโถงทางเดินที่สว่างจ้าทำให้เขาต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัส ชายร่างสูงในชุดคลุมสีเทาเข้มยืนอยู่หน้าประตู ใบหน้าของเขาส่วนหนึ่งถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ด แต่ดวงตาที่ดูไร้อารมณ์นั้นจ้องมองมาที่ธันวาอย่างไม่ลดละ ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมความกล้าเพื่อเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ

"ฉันรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ และฉันแนะนำว่าให้หยุดเดี๋ยวนี้" ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ประตูอีกเล็กน้อยจนธันวาต้องถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยไว้

ธันวาพยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุดแม้เหงื่อจะซึมออกมาตามไรผม "ผมไม่ทราบว่าคุณหมายถึงอะไร ผมแค่ช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป งานของผมคือการดูแลความเรียบร้อยของฮาร์ดแวร์พื้นฐานเท่านั้น" เขาตอบกลับไปพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายเพื่อดูว่าจะมีช่องโหว่ให้สังเกตเห็นหรือไม่

ชายคนนั้นยิ้มมุมปากเล็กน้อย ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย "ช่างซ่อมไฟฟ้าที่ไม่ธรรมดาคนนี้ กำลังถือครองชิปหน่วยความจำที่หายไปจากคลังเก็บข้อมูลส่วนกลางของเมือง อย่าพยายามโกหกคนที่สร้างระบบนี้ขึ้นมาเลยธันวา มันเสียเวลาเปล่า" เขาพูดชื่อของธันวาออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ ทำให้ธันวาเข้าใจทันทีว่าเขากำลังเผชิญกับใครบางคนที่มีอำนาจเหนือกว่าเขามากนัก

ธันวาตัดสินใจเลือกที่จะไม่ตอบโต้ด้วยคำพูด แต่เขาใช้จังหวะที่ชายคนนั้นเผลอเตะถังขยะโลหะที่อยู่ข้างประตูให้ล้มลงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนจะกระแทกประตูใส่และล็อกมันอย่างแน่นหนา เขารีบวิ่งกลับไปที่โต๊ะทำงานเพื่อคว้าชิปหน่วยความจำนั้นขึ้นมาและพยายามสอดมันเข้ากับเครื่องอ่านแบบพกพาที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้กระดาน

เสียงทุบประตูรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนบานพับประตูเริ่มสั่นคลอน ธันวารู้ว่าเขาไม่มีเวลามากนัก มือของเขาสั่นขณะป้อนคำสั่งลัดเพื่อย้ายข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์สำรองที่ไม่มีใครเข้าถึงได้ เขาต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมชายคนนั้นถึงต้องการข้อมูลชุดนี้และหญิงสาวในภาพนั้นเป็นใครกันแน่ ข้อมูลชุดนี้อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดเผยความจริงที่ถูกปิดซ่อนไว้ภายใต้เมืองที่ดูสงบสุขแห่งนี้มานานหลายปี

หน้าจอคอมพิวเตอร์เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเข้มเป็นสีขาวสว่างจ้า ข้อมูลรหัสผ่านจำนวนมหาศาลปรากฏขึ้นเป็นแถบยาว ธันวาพบว่ามันไม่ได้มีแค่ความทรงจำ แต่มันมีชุดคำสั่งการควบคุมระบบไฟฟ้าของทั้งเมืองรวมอยู่ด้วย หากเขาสามารถเจาะเข้าถึงส่วนกลางได้ เขาจะสามารถเปิดเผยทุกอย่างให้ชาวเมืองได้รับรู้ แต่ความเสี่ยงที่เขาจะถูกกำจัดทิ้งก็สูงขึ้นมหาศาลเช่นกัน

ประตูห้องทำงานพังลงด้วยแรงกระแทกที่รุนแรง เศษไม้กระจัดกระจายไปทั่วห้อง ฝุ่นผงฟุ้งกระจายในอากาศจนแทบมองไม่เห็น ชายในชุดคลุมสีเทาเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่สงบนิ่งราวกับว่านี่คือสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว เขามองดูธันวาที่กำลังนั่งจ้องหน้าจอด้วยสายตาที่สงสารอย่างบอกไม่ถูก

"คุณกำลังพยายามทำในสิ่งที่เกินกำลังของคุณธันวา ข้อมูลนั่นไม่ใช่ความจริง แต่มันคือคำโกหกที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้คุณหลงทาง" ชายคนนั้นก้าวเข้ามาใกล้ธันวาที่พยายามขยับตัวหนีไปด้านหลังโต๊ะทำงาน เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสู้เพื่อรักษาชีวิตและสิ่งที่เขากำลังปกป้องเอาไว้

ธันวาหยิบเครื่องมือตัดวงจรไฟฟ้าขึ้นมาเป็นอาวุธ แม้เขาจะรู้ดีว่ามันแทบจะไม่มีประโยชน์เลยเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่อีกฝ่ายมี แต่มันคือสิ่งเดียวที่เขามีในขณะนี้ "ถ้ามันเป็นคำโกหก ทำไมคุณถึงต้องกลัวขนาดนี้ล่ะ ทำไมไม่ปล่อยให้ผมเปิดเผยมันออกมาเองเลย" เขาตะโกนตอบพร้อมกับกระชับอาวุธในมือให้แน่นขึ้น

ชายคนนั้นหยุดเดินและถอนหายใจ "เพราะถ้ามันถูกเปิดเผยออกมา เมืองนี้จะไม่ได้แค่ล่มสลาย แต่มันจะหายไปจากประวัติศาสตร์โดยไม่มีใครจดจำได้เลยแม้แต่ชื่อของตัวเอง" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ราวกับว่าเขาก็มีความทรงจำที่ถูกลบไปแล้วเช่นกัน

ธันวานิ่งงันไปครู่หนึ่ง คำพูดของชายคนนั้นทำให้เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในความทรงจำของเขาเอง ภาพที่เขากู้คืนมาไม่ได้มีแค่ภาพของหญิงสาว แต่มีภาพของตัวเขาเองที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอในฐานะช่างเทคนิคที่เคยทำงานในหน่วยงานลับแห่งนี้มาก่อน ความทรงจำที่เขาเคยคิดว่าสูญหายไปเพราะอุบัติเหตุ จริงๆ แล้วมันถูกลบออกไปโดยฝีมือของคนตรงหน้าเขาเอง

"นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ฉันต้องทำแบบนั้น ธันวา เพื่อปกป้องไม่ให้เธอเจ็บปวดไปมากกว่านี้" ชายคนนั้นกล่าวพลางวางอาวุธที่ซ่อนอยู่ในชุดลงบนพื้น แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ต้องการทำร้ายธันวาอีกต่อไป

ธันวาปล่อยคีมในมือลงบนพื้น เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่นในความเงียบ เขาค่อยๆ ปิดเครื่องอ่านความทรงจำลง ความจริงที่อยู่ตรงหน้าหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้เพียงลำพัง การกู้คืนความทรงจำที่เจ็บปวดอาจจะทำลายชีวิตของเขาไปตลอดกาล แต่การปล่อยให้มันเลือนหายไปก็เท่ากับการที่เขาไม่มีตัวตนอยู่จริงในโลกใบนี้

ชายคนนั้นยื่นมือมาข้างหน้าธันวา "เราทำข้อตกลงกันได้ไหม ลบมันทิ้งเสีย แล้วฉันจะให้ชีวิตใหม่ที่แท้จริงกับคุณ ชีวิตที่คุณจะเลือกเองได้ ไม่ใช่ชีวิตที่ถูกเขียนขึ้นตามคำสั่งของใคร" ธันวามองมือนั้นด้วยความสับสน เขากำลังยืนอยู่บนรอยแยกของโชคชะตาที่ยากจะตัดสินใจ

เขาหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงแสดงข้อมูลส่วนที่เหลืออยู่ หยาดน้ำค้างบนแผงวงจรเริ่มระเหยหายไปภายใต้ความร้อนของเครื่องจักรที่ทำงานหนักเกินไป ธันวาเข้าใจแล้วว่าบางครั้งการลืมอาจจะเป็นของขวัญที่ประเสริฐที่สุดที่ใครสักคนจะมอบให้ได้ เขาตัดสินใจกดปุ่ม 'ลบข้อมูลทั้งหมด' โดยไม่ลังเลอีกต่อไป

แสงจากหน้าจอดับลงพร้อมกับความมืดมิดที่เข้าปกคลุมห้องทำงาน ชายคนนั้นพยักหน้าให้ธันวาก่อนจะเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนสงบธันวานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าของเขา เขารู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นจากฝันร้ายที่ยาวนาน แม้จะจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ แต่เขารู้สึกถึงความเบาสบายที่หัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เขามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มสาดส่องผ่านหมอกควันของเมือง มันเป็นเช้าที่สดใสและเปี่ยมไปด้วยความหวังที่เขาสามารถเริ่มต้นใหม่ได้จริงๆ ธันวาหยิบเครื่องมือซ่อมแซมขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพื่อซ่อมความทรงจำของใคร แต่เพื่อซ่อมแซมชีวิตของเขาเองในวันใหม่ที่กำลังจะมาถึง

ความรู้สึกค้างใจยังคงทิ้งไว้เพียงร่องรอยจางๆ บนโต๊ะไม้ที่ว่างเปล่า ราวกับจะเตือนว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นผู้กุมความลับของโลกใบนี้เอาไว้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเหลือเพียงความทรงจำที่ไม่มีใครรู้เห็น นอกจากเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของเขาในห้องทำงานที่เงียบสงบเพียงลำพัง

ความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น